จิตใจทำด้วยอะไร เหตุใดจึงไม่รักกัน
ทุ่มเทให้ทุกๆ วัน ตอบแทนด้วยการเฉยๆ
ไม่เหมือนที่ทำให้เขา กี่ครั้งเธอยอมให้หมดเลย
อยากจะรู้จริงๆ อยากจะรู้จังเลยเหตุใดไม่มีค่าพอ
ไม่รู้ ตอบตัวเองไม่ได้สักครั้ง
แค่อยากปรับปรุงตัวเองให้เธอพอใจ
ได้เป็นที่เธอต้องการ
จะต้องทำยังไงแบบไหนที่เธอจะรัก
ต้องแพ้ให้คนอื่นเขา ซ้ำมาซ้ำไปไม่รู้ทำไม
ต้องทำยังไง สุดท้ายเธอถึงจะรัก
อยากรู้ต้องทำยังไง ช่วยเปิดหัวใจ
ให้ฉันเข้าไปได้ไหมเธอ
ต้องเป็นคนนอกสายตาอย่างนี้ไปนานเท่าไหร่
ต้องเป็นคนไม่มีใคร ให้ทรมานถึงไหน
อย่างน้อยถ้าเธอสงสาร อยากขอให้เธอแค่เปิดใจ
อย่าใจร้ายเลยเธอ อย่าใจร้ายเกินไป
อย่าทำกันแบบนี้เลย
ไม่รู้ ตอบตัวเองไม่ได้สักครั้ง
แค่อยากปรับปรุงตัวเองให้เธอพอใจ
ได้เป็นที่เธอต้องการ
จะต้องทำยังไงแบบไหนที่เธอจะรัก
ต้องแพ้ให้คนอื่นเขา ซ้ำมาซ้ำไปไม่รู้ทำไม
ต้องทำยังไง สุดท้ายเธอถึงจะรัก
อยากรู้ต้องทำยังไง ช่วยเปิดหัวใจ
ให้ฉันเข้าไปได้ไหม
จะต้องทำยังไงแบบไหนที่เธอจะรัก
ต้องแพ้ให้คนอื่นเขา ซ้ำมาซ้ำไปไม่รู้ทำไม
ต้องทำยังไง สุดท้ายเธอถึงจะรัก
อยากรู้ต้องทำยังไง ช่วยเปิดหัวใจ
ให้ฉันเข้าไปได้ไหมเธอ
วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
*-* ในสิ่งหนึ่ง... มีหนึ่งสิ่ง .*-*
ใต้ต้นไม้….มีร่มเงา
ลมพัดเบา ๆ…มีบางอย่างเคลื่อนไหว
ในก้อนดิน….มีกลิ่นหอมซ่อนไว้
กิ่งก้านที่แตกใบ…มีใครกำลังมองมา
ก้อนเมฆลอย…มีคนคอยจินตนาการ
เวลาเลยผ่าน…มีวันวานให้ถามหา
ในสายฝนพรำ….มีคนบางคนเสียน้ำตา
ไกล ๆ ตรงขอบฟ้า…มีคำถามว่าสิ้นสุดที่ใด
เพลงเหงา…มีความรู้สึกเก่า ๆ เกิดขึ้น
แต่ละค่ำคืน….มีคนกำลังตื่น..กว่าหลับใหล
ในคำคิดถึง…มีความหมายลึกซึ้งกว่าที่พูดไป
ทุกครั้งที่ห่างไกล…มีใครกำลังนึกถึงกัน
ในสิ่งหนึ่ง…มักมีอะไรอีกหนึ่งสิ่ง
แต่ละความเป็นจริง….จะมีบางสิ่งมากกว่านั้น
ดังเรื่องนับร้อยที่ให้….อาจมีไม่เท่าความในใจนับพัน
…ทุกครั้งที่ใครสักคนได้อ่านมัน….
จะมีอีกคนหนึ่งนั้น…เขาหลับฝันดี
ลมพัดเบา ๆ…มีบางอย่างเคลื่อนไหว
ในก้อนดิน….มีกลิ่นหอมซ่อนไว้
กิ่งก้านที่แตกใบ…มีใครกำลังมองมา
ก้อนเมฆลอย…มีคนคอยจินตนาการ
เวลาเลยผ่าน…มีวันวานให้ถามหา
ในสายฝนพรำ….มีคนบางคนเสียน้ำตา
ไกล ๆ ตรงขอบฟ้า…มีคำถามว่าสิ้นสุดที่ใด
เพลงเหงา…มีความรู้สึกเก่า ๆ เกิดขึ้น
แต่ละค่ำคืน….มีคนกำลังตื่น..กว่าหลับใหล
ในคำคิดถึง…มีความหมายลึกซึ้งกว่าที่พูดไป
ทุกครั้งที่ห่างไกล…มีใครกำลังนึกถึงกัน
ในสิ่งหนึ่ง…มักมีอะไรอีกหนึ่งสิ่ง
แต่ละความเป็นจริง….จะมีบางสิ่งมากกว่านั้น
ดังเรื่องนับร้อยที่ให้….อาจมีไม่เท่าความในใจนับพัน
…ทุกครั้งที่ใครสักคนได้อ่านมัน….
จะมีอีกคนหนึ่งนั้น…เขาหลับฝันดี
~** คิดถึงฉัน. . . **~
ทุกครั้งที่เธอมีความสุข...ไ ม่ ต้ อ ง คิ ด ถึ ง ถึ ง ฉั น ห ร อ ก
ทุกครั้งที่เธอกำลังสนุกสนาน ไม่ต้องมาคอยห่วงพะวงถึงฉัน
เมื่อเธอมีโอกาสอะไรดีๆ รีบฉกฉวยมันเอาไว้เถอะนะ...อย่าได้อิดออดเลย
อย่าให้ "ฉัน" เป็นสิ่งที่คอยขัดหูขัดตา ขัดลาภเธอ
เพราะชีวิตของเธอ...ยังไงก็เป็นของเธอ
และชีวิตของฉัน...ยังไงก็เป็นของฉัน
มันไม่จำเป็นที่เราจะต้องตัวติดกันตลอดเวลา คิดถึงกันตลอดเวลา
ฉันรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้
ต่อให้รักกันขนาดไหน
มันก็ต้องมีสักช่วงลมหายใจหนึ่ง ที่คนรักไม่ได้เข้ามาอยู่ในความรู้สึก
ฉันก็เป็นเหมือนกันแหละ
เพราะฉะนั้นเธอเองก็อย่าปฏิเสธเลย
สิ่งที่ฉันต้องการ...
ไ ม่ ใ ช่ เ สี ย งโ ท ร ศั พ ท์ จ า ก เ ธ อ ในยามที่เธอกำลังสนุกสนานเฮฮา
ไ ม่ ใ ช่ ก า ร ก ร ะ โ ด ด ก อ ด ข อ ง เ ธ อ เวลาที่เธอดีอกดีใจอะไรมา
ไ ม่ ใ ช่ เ สี ย ง โ ว ย ว า ย จ า ก เ ธ อ เวลาเธอไม่พอใจสิ่งต่างๆรอบตัว
แต่ฉันต้องการแค่ว่า...
เ ธ อ เ ห นื่ อ ย เ มื่ อ ไ ห ร่ กลับมานั่งพักข้างๆฉัน
ต่อให้เธอไม่พูดอะไรกับฉันเลยสักคำ
ฉันก็ยังยินดีจะนั่งอยู่ข้างๆเป็นเพื่อนเธอ
เ ธ อ ผิ ด ห วั ง เ สี ย ใ จ เ มื่ อ ไ ห ร่
มานั่งร้องไห้ มานั่งบ่นโวยวายใส่ฉัน
ฉันจะนั่งร้องไห้เป็นเพื่อนเธอเอง
เธอไม่ต้องอาย ไม่ต้องเกรงใจอะไรฉันด้วย
เ ธ อ ไ ม่ ส บ า ย ใ จ อ ะ ไ ร มาปรึกษาฉัน
ฉันอาจไม่ใช่คนที่ให้คำปรึกษาเก่งนัก
แต่ฉันสัญญานะ ว่าฉันจะนั่งฟังเธอโดยไม่บ่นเลยสักคำเดียว
ถ้าช่วยได้ ฉันก็จะช่วย...
เ ธ อ ท้ อ ฉันจะอยู่ตรงนี้ให้กำลังใจเธอ
ขอแค่ให้เธอมาหาฉัน...
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ฉันจะยืนหยัดอยู่ข้างเธอเสมอ
ถึงแม้เธอจะเคยถามว่า...ฉันทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร?
รองรับความรู้สึกของคนอื่นไปทำไม?
ฉันพร้อมเสมอที่จะอยู่เคียงข้างเธอ
ไม่ต้องในยามสุขก็ได้...แต่ทุกข์ยากลำบากเมื่อไหร่ให้คิดถึงฉัน
อย่าลืมที่เคยบอกเธอไว้
"มี ค ว า ม สุ ข ไ ม่ คิ ด ถึ ง กั น ไ ม่ เ ป็ น ไ ร
ทุ ก ข์ เ มื่ อ ไห ร่ ค่ อ ย คิ ด ถึ ง ฉั น ก็ พ อ"
ทุกครั้งที่เธอกำลังสนุกสนาน ไม่ต้องมาคอยห่วงพะวงถึงฉัน
เมื่อเธอมีโอกาสอะไรดีๆ รีบฉกฉวยมันเอาไว้เถอะนะ...อย่าได้อิดออดเลย
อย่าให้ "ฉัน" เป็นสิ่งที่คอยขัดหูขัดตา ขัดลาภเธอ
เพราะชีวิตของเธอ...ยังไงก็เป็นของเธอ
และชีวิตของฉัน...ยังไงก็เป็นของฉัน
มันไม่จำเป็นที่เราจะต้องตัวติดกันตลอดเวลา คิดถึงกันตลอดเวลา
ฉันรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้
ต่อให้รักกันขนาดไหน
มันก็ต้องมีสักช่วงลมหายใจหนึ่ง ที่คนรักไม่ได้เข้ามาอยู่ในความรู้สึก
ฉันก็เป็นเหมือนกันแหละ
เพราะฉะนั้นเธอเองก็อย่าปฏิเสธเลย
สิ่งที่ฉันต้องการ...
ไ ม่ ใ ช่ เ สี ย งโ ท ร ศั พ ท์ จ า ก เ ธ อ ในยามที่เธอกำลังสนุกสนานเฮฮา
ไ ม่ ใ ช่ ก า ร ก ร ะ โ ด ด ก อ ด ข อ ง เ ธ อ เวลาที่เธอดีอกดีใจอะไรมา
ไ ม่ ใ ช่ เ สี ย ง โ ว ย ว า ย จ า ก เ ธ อ เวลาเธอไม่พอใจสิ่งต่างๆรอบตัว
แต่ฉันต้องการแค่ว่า...
เ ธ อ เ ห นื่ อ ย เ มื่ อ ไ ห ร่ กลับมานั่งพักข้างๆฉัน
ต่อให้เธอไม่พูดอะไรกับฉันเลยสักคำ
ฉันก็ยังยินดีจะนั่งอยู่ข้างๆเป็นเพื่อนเธอ
เ ธ อ ผิ ด ห วั ง เ สี ย ใ จ เ มื่ อ ไ ห ร่
มานั่งร้องไห้ มานั่งบ่นโวยวายใส่ฉัน
ฉันจะนั่งร้องไห้เป็นเพื่อนเธอเอง
เธอไม่ต้องอาย ไม่ต้องเกรงใจอะไรฉันด้วย
เ ธ อ ไ ม่ ส บ า ย ใ จ อ ะ ไ ร มาปรึกษาฉัน
ฉันอาจไม่ใช่คนที่ให้คำปรึกษาเก่งนัก
แต่ฉันสัญญานะ ว่าฉันจะนั่งฟังเธอโดยไม่บ่นเลยสักคำเดียว
ถ้าช่วยได้ ฉันก็จะช่วย...
เ ธ อ ท้ อ ฉันจะอยู่ตรงนี้ให้กำลังใจเธอ
ขอแค่ให้เธอมาหาฉัน...
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ฉันจะยืนหยัดอยู่ข้างเธอเสมอ
ถึงแม้เธอจะเคยถามว่า...ฉันทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร?
รองรับความรู้สึกของคนอื่นไปทำไม?
ฉันพร้อมเสมอที่จะอยู่เคียงข้างเธอ
ไม่ต้องในยามสุขก็ได้...แต่ทุกข์ยากลำบากเมื่อไหร่ให้คิดถึงฉัน
อย่าลืมที่เคยบอกเธอไว้
"มี ค ว า ม สุ ข ไ ม่ คิ ด ถึ ง กั น ไ ม่ เ ป็ น ไ ร
ทุ ก ข์ เ มื่ อ ไห ร่ ค่ อ ย คิ ด ถึ ง ฉั น ก็ พ อ"
กฎทอง 10 ข้อ ของคนรักกัน "ความรักสร้างสิ่งงดงามในหัวใจทุกดวง"
กฎทองข้อที่ 1 เราจะไม่โกรธพร้อมกันทั้งสองคน อย่างที่คนโบราณเค้าว่า ถ้าเขา
ร้อนเป็นไฟ คุณก็ต้องเย็นให้ได้ดั่งน้ำ (น้ำเปล่านะ ไม่ใช่น้ำมัน)
กฎทองข้อที่ 2 เราจะไม่ตะโกนใส่กันเด็ดขาด ยกเว้นตอนเกิดไฟไหม้บ้านกระทันหัน
กฎทองข้อที่ 3 จำไว้ว่าไม่มีใครชอบคำติ หากจะคุยถึงสิ่งที่คุณไม่ชอบให้เขาทำ อย่าลืมพูดให้หวาน ๆ เข้าไว้ (ไม่ใช่พูดว่าน้ำตาลๆๆๆนะ)
กฎทองข้อที่ 4 เราจะไม่มารื้อฟื้นเรื่องบาดหมางในอดีต ถ้าจะคุยเรื่องเก่าๆ เลือกเรื่องหวานๆ ของสองเราจะดีกว่า
กฎทองข้อที่ 5 ทำให้เขารู้สึกว่า เขาสำคัญสำหรับคุณเสมอ
กฎทองข้อที่ 6 สัญญากันนะว่าเราจะไม่โกรธกันข้ามคืน เพราะคุณนั่นแหล่ะจะนอนไม่
หลับ คุยกันให้เข้าใจกันก่อนดีกว่าหันหลังให้กัน
กฎทองข้อที่ 7 คุยกันให้มากหน่อย จะช่วยให้ความรักระหว่างเราเข้าใจกันมากขึ้น จะเป็นเรื่องอะไรก็ได้ที่คุณเจอะเจอ เรื่องงานของคุณ หนังสือที่คุณเพิ่งอ่านจบ ลองเล่าสู่กันฟัง แล้วคุณจะรู้สึกได้เลยว่าเราผูกพันกันมากขึ้นกว่าเดิม
กฎทองข้อที่ 8 ถ้ารู้ตัวว่าทำผิดก็ขอโทษซะ ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียฟอร์มหรอก
กฎทองข้อที่ 9 อย่าเข้าใจผิดว่าการอยู่ด้วยกันตลอดเวลา หมายถึงความเอาใจใส่
อย่างแท้จริง เพราะการใส่ใจ คือการให้ความสนใจเต็มร้อยเวลาที่อยู่ด้วยกัน ไม่
ใช่คุณนั่งฟังเขาพูด แต่ดูทีวีไปด้วย
กฎทองข้อที่ 10 อย่าลืมทำให้เขารู้ว่า เรายังรักกันเสมอ …
กฎข้อพิเศษ สำหรับใครบางคน การที่จะได้รู้จักใครซักคนเป็นเรื่องวิเศษ เพียงแค่
เรื่องเล็กน้อยชั่วไม่กี่นาที ตัดสินใจทำลายความสัมพันธ์ที่มีมามันคุ้มกันแล้ว
เหรอ เพียงคำว่าอภัยและปรับตัวเข้าหากันใหม่ สิ่งดี ๆ อาจมีขึ้น โดยที่คุณไม่
รู้ตัว ปัญหาเกิดเพราะไม่คุย ปัญหาเกิดเพราะไม่คิดจะแก้ไข ปัญหาเกิดเพราะทิฐิ ปัญหาเกิดเพราะคิดว่าไม่รู้จะทำไปทำไมเมื่อความสัมพันธ์เพิ่งเริ่มต้น ปัญหาเกิด
เพราะนึกถึงแต่ตัวเอง คิดว่าทำอย่างนี้ดีที่สุด แล้วอีกฝ่ายคิดแบบเดียวกับคุณ
หรือป่าว สุดท้ายก็มีแต่ความเสียใจ.... หรือคุณไม่ได้รู้สึกอะไรเลย....อาจจะ
เป็นอย่างนี้....!!!!
คุณเลือกที่จะยอมรับในสิ่งที่เค้าทำ แล้วรักษาสิ่งดี ๆ ต่อไป หรือเลือกที่จะ
ทำลายเมื่อคุณไม่ได้มาซึ่งสิ่งที่คุณต้องการ !!!!
ร้อนเป็นไฟ คุณก็ต้องเย็นให้ได้ดั่งน้ำ (น้ำเปล่านะ ไม่ใช่น้ำมัน)
กฎทองข้อที่ 2 เราจะไม่ตะโกนใส่กันเด็ดขาด ยกเว้นตอนเกิดไฟไหม้บ้านกระทันหัน
กฎทองข้อที่ 3 จำไว้ว่าไม่มีใครชอบคำติ หากจะคุยถึงสิ่งที่คุณไม่ชอบให้เขาทำ อย่าลืมพูดให้หวาน ๆ เข้าไว้ (ไม่ใช่พูดว่าน้ำตาลๆๆๆนะ)
กฎทองข้อที่ 4 เราจะไม่มารื้อฟื้นเรื่องบาดหมางในอดีต ถ้าจะคุยเรื่องเก่าๆ เลือกเรื่องหวานๆ ของสองเราจะดีกว่า
กฎทองข้อที่ 5 ทำให้เขารู้สึกว่า เขาสำคัญสำหรับคุณเสมอ
กฎทองข้อที่ 6 สัญญากันนะว่าเราจะไม่โกรธกันข้ามคืน เพราะคุณนั่นแหล่ะจะนอนไม่
หลับ คุยกันให้เข้าใจกันก่อนดีกว่าหันหลังให้กัน
กฎทองข้อที่ 7 คุยกันให้มากหน่อย จะช่วยให้ความรักระหว่างเราเข้าใจกันมากขึ้น จะเป็นเรื่องอะไรก็ได้ที่คุณเจอะเจอ เรื่องงานของคุณ หนังสือที่คุณเพิ่งอ่านจบ ลองเล่าสู่กันฟัง แล้วคุณจะรู้สึกได้เลยว่าเราผูกพันกันมากขึ้นกว่าเดิม
กฎทองข้อที่ 8 ถ้ารู้ตัวว่าทำผิดก็ขอโทษซะ ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียฟอร์มหรอก
กฎทองข้อที่ 9 อย่าเข้าใจผิดว่าการอยู่ด้วยกันตลอดเวลา หมายถึงความเอาใจใส่
อย่างแท้จริง เพราะการใส่ใจ คือการให้ความสนใจเต็มร้อยเวลาที่อยู่ด้วยกัน ไม่
ใช่คุณนั่งฟังเขาพูด แต่ดูทีวีไปด้วย
กฎทองข้อที่ 10 อย่าลืมทำให้เขารู้ว่า เรายังรักกันเสมอ …
กฎข้อพิเศษ สำหรับใครบางคน การที่จะได้รู้จักใครซักคนเป็นเรื่องวิเศษ เพียงแค่
เรื่องเล็กน้อยชั่วไม่กี่นาที ตัดสินใจทำลายความสัมพันธ์ที่มีมามันคุ้มกันแล้ว
เหรอ เพียงคำว่าอภัยและปรับตัวเข้าหากันใหม่ สิ่งดี ๆ อาจมีขึ้น โดยที่คุณไม่
รู้ตัว ปัญหาเกิดเพราะไม่คุย ปัญหาเกิดเพราะไม่คิดจะแก้ไข ปัญหาเกิดเพราะทิฐิ ปัญหาเกิดเพราะคิดว่าไม่รู้จะทำไปทำไมเมื่อความสัมพันธ์เพิ่งเริ่มต้น ปัญหาเกิด
เพราะนึกถึงแต่ตัวเอง คิดว่าทำอย่างนี้ดีที่สุด แล้วอีกฝ่ายคิดแบบเดียวกับคุณ
หรือป่าว สุดท้ายก็มีแต่ความเสียใจ.... หรือคุณไม่ได้รู้สึกอะไรเลย....อาจจะ
เป็นอย่างนี้....!!!!
คุณเลือกที่จะยอมรับในสิ่งที่เค้าทำ แล้วรักษาสิ่งดี ๆ ต่อไป หรือเลือกที่จะ
ทำลายเมื่อคุณไม่ได้มาซึ่งสิ่งที่คุณต้องการ !!!!
"ชอบกับรัก" ต่างกันตรงไหน
หลายคนคงงงงวยสงสัยว่า ความชอบกับความรักต่างกันอย่างไร? อ่ะฮ่า คนส่วนใหญ่หากจะรักมักเริ่มจากความชอบก่อนไงล่ะ แล้วจึงคบกันไปสักพัก ก่อนจะตกหลุมรักทีหลังนู่นแน่ะ
แต่หลายครั้งความรักของมนุษย์ กลับไม่ยักเป็นไปตามลำดับขั้นตอนนี้ก็ได้ เพราะเจอปุ๊บ แล้วรักปั้บเลยก็เยอะ อย่างที่เรียกว่า รักแรกพบ นั่นแหละ ซึ่งบางรายประสบความสำเร็จกับรักแรกพบเป็นอย่างดี แต่ส่วนที่เลิกรากันปุ๊บปั๊บเหมือนตอนแรกรักปั๊บปุ๊บ เพราะเข้ากันไม่ได้ จึงจากกันไวก็เยอะ
งั้นลองแจกแจงมะว่า พฤติกรรมแบบไหนที่เรียกว่าชอบ และการกระทำสิ่งใดที่เรียกว่ารัก ละกันนะ รู้น่าว่ากำลังมีคนลังเลกับคำเหล่านี้อยู่แหงๆเลย แล้วเอ่อ ไม่ว่าคำว่าชอบหรือรัก มักให้ความ รู้สึกดีๆที่คุณอยากมอบให้ใครสักคนนั่นแหละจ้ะ ไม่เหมือน ทั้งรักทั้งเกลียด นะ ขืนรู้สึกเป็นลูกผสมหยั่งงี้ ก็เท่ากับใจนึงอยากทำดีกับเค้า แต่อีกเสี้ยวของใจก็ไม่อยากสนเค้าเท่าไหร่ไงตัว
ดังนั้น เมื่อคุยถึง “ความชอบ” แล้วไซร้ มามะมา ตอบคำถามเหล่านี้กัน ดีฝ่า เป็นการทดสอบความรู้สึกของคุณไปพลางๆ แถมเผลอๆจะได้รู้ใจตัวเองด้วย รีบทำกันเร็ว เช่น...
1. คุณกับคนที่คุณชอบ (ซึ่งอาจเป็นการแอบไปชอบเค้าข้างเดียวก็ได้นี่หว่า) มีรสนิยมตรงกัน อย่างชอบฟังเพลงแนวเดียวกัน หรือชอบดูกีฬาประเภทเดียวกัน จึงคุยกันถูกคอ ใช่มะ?
2. คุณชวนเค้าไปไหนมาไหนด้วย ตอนเพื่อนๆ ชวน ล้วนแต่อ้างว่า ไม่ว่าง บ้างเปล่า?
3. นอกจากเพื่อนๆที่คุณชอบคุยกะหนุงกะหนิงด้วยแล้ว ก็มีเค้านี่แหละที่คุณคุยแล้วไม่โดนขัดคอ หรือแม้จะปะทะคารมกัน แต่ก็ ไม่เคยเหม็นหน้ากัน จังๆสักที ใช่มะ?
4. ขณะที่คุยกันได้เกือบทุกเรื่องแล้ว คุณยังบันทึกเบอร์โทรศัพท์ของเค้าไว้ในโทร.มือถือ และเครื่องที่บ้านด้วย งั้นเชียว? โถ กลับบ้านก็อยากคุยต่ออ่ะ
5. เวลาเพื่อนฝูงของคุณไม่ว่างคุยด้วย แต่ ตอนนั้นคุณมีเรื่องสำคัญอยากเล่าให้ใครสักคนนึงฟัง คุณก็ เลือกพูดกับเค้า นี่แหละ จะใครซะอีกล่ะ ส่วน เค้าก็ช่างเป็นนักฟังที่ดี ซะด้วยสิ จริงมะ?
6. คุณเล่าถึงเค้าให้เพื่อนของคุณฟังในแง่ดีมากกว่าความร้ายกาจที่เค้ามีไหมจ๊ะ?
7. คุณจำบางสิ่งบางอย่างที่เค้าชอบ ได้ เช่น เค้าชอบทานผักคะน้า จึงมักสั่งก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ๊ว หรือราดหน้าเส้นใหญ่ ทานเป็นประจำเลยเหรอ?
8. ถ้าไปเดินช็อปปิ้งด้วยกัน คุณอยากได้ความเห็นของเค้า ว่า เสื้อผ้า, รองเท้า หรือกระเป๋าที่อยากซื้อน่ะ เค้าเห็นด้วยหรือไม่ว่าเหมาะกับคุณมากน้อย แค่ไหน ใช่ปะ?
9. คุณเล่าถึงเค้าให้พ่อแม่พี่น้องของคุณฟังเลยว่า เป็นใครและเป็นคนอย่างไร ไม่ได้เก็บเรื่องนี้เอา ไว้เพียงลำพังนี่นาเนอะ?
10. คุณมักคิดถึงเค้าก็จริง แต่เค้าไม่ได้ทำให้ คุณรู้สึกปิ๊งปั๊ง, วูบวาบ, ระริกระรี้ และ ตัวลอย ยามอยู่ด้วยกันฉองต่อฉองซะหน่อย ใช่ป่าว? อู้ย ถ้าหล่อแบบแบรด พิตต์ ก็ดีสิ เพ้อแล้วเนี่ย
หากท่านใดมีความรู้สึกหรือพฤติกรรมเหล่านี้กระเดียดไปตอบว่า ใช่ มากกว่า ไม่ใช่ โอะ โอ แสดงว่า ชอบแหงๆ อย่ามัวหาคำตอบอื่นอยู่เลย โอมเพี้ยง ขอให้เค้าชอบคุณด้วยเช่นกันนะยะ
ส่วน “ความรัก” นั้น ไม่ต้องรีบร้อนโฉบเฉี่ยวไปรักใครเผื่อเลือก เอ้ย รักแล้วรักเลย แต่ค่อยๆรัก ค่อยๆลุ้นจากคำถามนี้ก่อน เช่น...
1. คุณรู้สึกว่า เค้ามีความสำคัญในชีวิตคุณ มากไหมล่ะ?
2. คุณเห็นเค้าสำคัญกว่าเพื่อนแล้วล่ะซี ตอนนี้จึงได้คิดถึงเค้าถี่ยิบกว่าคิดถึงเพื่อนฝูงซะอีกแฮะ เพราะใจลอยละล่องไปอยู่กะเค้าแล้วนี่ ใช่มะ? เอ๊ะ แล้วห้ามคิดถึงได้เรอะ
3. คุณมักโทรศัพท์ไปคุยกับเค้าบ๊อยบ่อย บ่อยจนเค้ารำคาญ เอ้ย ชักประหลาดใจ และเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าคุณก็ชอบจ้อเหมือนกัน แถมบางทีโทร.ไปก็ไม่ได้พูดเรื่องสลักสำคัญหรือต้องการขอคำปรึกษาอะไรหรอก แค่อยากคุยก็จะคุยอ่ะ มีอะไรมะ ใช่ไหม? แหม เอาแต่ใจซะด้วยนะ
4. คุณสามารถเลิกนัดกับเพื่อนได้กะทันหัน หากเค้าชวนไปไหนมาไหนด้วยกัน งั้นเลย?
5. เดี๋ยวนี้เวลาคุณไปไหน ไม่ว่าจะไปช็อปฯกับเพื่อน หรือไปเดินเล่นในย่านศูนย์การค้าตามลำพัง คุณจะซื้อของฝากเค้าทุกครั้ง ไม่ว่าเค้าจะชอบสิ่งที่คุณให้หรือไม่ก็ตาม หยั่งงั้นเลยใช่ม้า? พยายามดีแฮะ หวังว่าเค้าคงเข้าใจถึงสิ่งที่คุณทำอยู่นี้ละกัน
6. คุณอยากรู้เรื่องส่วนตัวของเค้ามากขึ้น ไม่ว่ามีแฟนมาแล้วกี่คน ตอนนี้คบกับใครอยู่, แล้วที่ผ่านมาเลิกกับอดีตแฟนเก่าแต่ละคน มีเหตุผลจากอะไร? โอ้ย ถ้าสามารถรู้ได้ว่าสเปกของคนที่เค้ารักเป็นยังไงได้ คุณก็จะทำตัวเป็นนักสืบ ค้นหาคำตอบนี้ให้ได้ รึเปล่าจ๊ะ?
7. ถ้าเค้ามีแฟนแล้ว คุณจะหมดอาลัย ตายอยากทันที แล้วก็นอนร้องไห้เสียดายอยู่นั่นแหละ งั้นสิ? โอ๋ โอ๋ วันนี้ไม่ได้เป็นแฟนเรา แต่วันหน้าก็ไม่แน่ ว่ามะ
8. คุณรีบบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ของเค้าทุกเบอร์ไว้ในรายการโทร.ด่วนในมือถือล่ะซี?
9. คุณอยากให้เค้าชวนไปพบพ่อแม่พี่น้องของเค้าจะแย่ แม้เค้าไม่ทำในทันทีเพื่อสนองความ ต้องการของคุณ แต่คุณยังหวังอยู่นั่นแหละว่า สักวันคงเป็นวันของคุณมั่งละว้า ใช่มะ?
10. รู้ใจเค้าไปซะหมด ไม่ว่าจะเรื่องการแต่งตัว, อาหารการกิน, รายการโปรดทางโทรทัศน์ และกีฬาที่เค้าชอบ ดังนั้น คุณจึงติดตามข่าวคราวของสิ่งเหล่านี้ไว้ เพื่อพูดคุยและทำให้เค้ารู้สึกว่า คุณก็ชอบคล้ายๆกัน จริงมะ? หากตอบว่า ใช่ หรือโอเคทุกข้อที่ถามละก็ คือ เลิฟ (รัก) แล้วล่ะ แต่เวลาตอบอย่าใช้อารมณ์ หัดใช้ เหตุผลด้วยน้า ว้าว! สงสัยจังว่าคุณจะโชคดีกับความรักไหมน่ะสิฮ้า.
หากอ่านจบ ก็คงพอจะเข้าใจ
แต่ถ้าอ่านไม่จบ ก็คงจะเข้าใจได้ยากนะค้า (แล้วจะพูดทำไม)
พี่ว่า ยังไงก็เอาใจตัวเองเป็นหลัก จะชอบ หรือ รัก มันก็ความรู้สึกดีๆ นะค้า
แต่หลายครั้งความรักของมนุษย์ กลับไม่ยักเป็นไปตามลำดับขั้นตอนนี้ก็ได้ เพราะเจอปุ๊บ แล้วรักปั้บเลยก็เยอะ อย่างที่เรียกว่า รักแรกพบ นั่นแหละ ซึ่งบางรายประสบความสำเร็จกับรักแรกพบเป็นอย่างดี แต่ส่วนที่เลิกรากันปุ๊บปั๊บเหมือนตอนแรกรักปั๊บปุ๊บ เพราะเข้ากันไม่ได้ จึงจากกันไวก็เยอะ
งั้นลองแจกแจงมะว่า พฤติกรรมแบบไหนที่เรียกว่าชอบ และการกระทำสิ่งใดที่เรียกว่ารัก ละกันนะ รู้น่าว่ากำลังมีคนลังเลกับคำเหล่านี้อยู่แหงๆเลย แล้วเอ่อ ไม่ว่าคำว่าชอบหรือรัก มักให้ความ รู้สึกดีๆที่คุณอยากมอบให้ใครสักคนนั่นแหละจ้ะ ไม่เหมือน ทั้งรักทั้งเกลียด นะ ขืนรู้สึกเป็นลูกผสมหยั่งงี้ ก็เท่ากับใจนึงอยากทำดีกับเค้า แต่อีกเสี้ยวของใจก็ไม่อยากสนเค้าเท่าไหร่ไงตัว
ดังนั้น เมื่อคุยถึง “ความชอบ” แล้วไซร้ มามะมา ตอบคำถามเหล่านี้กัน ดีฝ่า เป็นการทดสอบความรู้สึกของคุณไปพลางๆ แถมเผลอๆจะได้รู้ใจตัวเองด้วย รีบทำกันเร็ว เช่น...
1. คุณกับคนที่คุณชอบ (ซึ่งอาจเป็นการแอบไปชอบเค้าข้างเดียวก็ได้นี่หว่า) มีรสนิยมตรงกัน อย่างชอบฟังเพลงแนวเดียวกัน หรือชอบดูกีฬาประเภทเดียวกัน จึงคุยกันถูกคอ ใช่มะ?
2. คุณชวนเค้าไปไหนมาไหนด้วย ตอนเพื่อนๆ ชวน ล้วนแต่อ้างว่า ไม่ว่าง บ้างเปล่า?
3. นอกจากเพื่อนๆที่คุณชอบคุยกะหนุงกะหนิงด้วยแล้ว ก็มีเค้านี่แหละที่คุณคุยแล้วไม่โดนขัดคอ หรือแม้จะปะทะคารมกัน แต่ก็ ไม่เคยเหม็นหน้ากัน จังๆสักที ใช่มะ?
4. ขณะที่คุยกันได้เกือบทุกเรื่องแล้ว คุณยังบันทึกเบอร์โทรศัพท์ของเค้าไว้ในโทร.มือถือ และเครื่องที่บ้านด้วย งั้นเชียว? โถ กลับบ้านก็อยากคุยต่ออ่ะ
5. เวลาเพื่อนฝูงของคุณไม่ว่างคุยด้วย แต่ ตอนนั้นคุณมีเรื่องสำคัญอยากเล่าให้ใครสักคนนึงฟัง คุณก็ เลือกพูดกับเค้า นี่แหละ จะใครซะอีกล่ะ ส่วน เค้าก็ช่างเป็นนักฟังที่ดี ซะด้วยสิ จริงมะ?
6. คุณเล่าถึงเค้าให้เพื่อนของคุณฟังในแง่ดีมากกว่าความร้ายกาจที่เค้ามีไหมจ๊ะ?
7. คุณจำบางสิ่งบางอย่างที่เค้าชอบ ได้ เช่น เค้าชอบทานผักคะน้า จึงมักสั่งก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ๊ว หรือราดหน้าเส้นใหญ่ ทานเป็นประจำเลยเหรอ?
8. ถ้าไปเดินช็อปปิ้งด้วยกัน คุณอยากได้ความเห็นของเค้า ว่า เสื้อผ้า, รองเท้า หรือกระเป๋าที่อยากซื้อน่ะ เค้าเห็นด้วยหรือไม่ว่าเหมาะกับคุณมากน้อย แค่ไหน ใช่ปะ?
9. คุณเล่าถึงเค้าให้พ่อแม่พี่น้องของคุณฟังเลยว่า เป็นใครและเป็นคนอย่างไร ไม่ได้เก็บเรื่องนี้เอา ไว้เพียงลำพังนี่นาเนอะ?
10. คุณมักคิดถึงเค้าก็จริง แต่เค้าไม่ได้ทำให้ คุณรู้สึกปิ๊งปั๊ง, วูบวาบ, ระริกระรี้ และ ตัวลอย ยามอยู่ด้วยกันฉองต่อฉองซะหน่อย ใช่ป่าว? อู้ย ถ้าหล่อแบบแบรด พิตต์ ก็ดีสิ เพ้อแล้วเนี่ย
หากท่านใดมีความรู้สึกหรือพฤติกรรมเหล่านี้กระเดียดไปตอบว่า ใช่ มากกว่า ไม่ใช่ โอะ โอ แสดงว่า ชอบแหงๆ อย่ามัวหาคำตอบอื่นอยู่เลย โอมเพี้ยง ขอให้เค้าชอบคุณด้วยเช่นกันนะยะ
ส่วน “ความรัก” นั้น ไม่ต้องรีบร้อนโฉบเฉี่ยวไปรักใครเผื่อเลือก เอ้ย รักแล้วรักเลย แต่ค่อยๆรัก ค่อยๆลุ้นจากคำถามนี้ก่อน เช่น...
1. คุณรู้สึกว่า เค้ามีความสำคัญในชีวิตคุณ มากไหมล่ะ?
2. คุณเห็นเค้าสำคัญกว่าเพื่อนแล้วล่ะซี ตอนนี้จึงได้คิดถึงเค้าถี่ยิบกว่าคิดถึงเพื่อนฝูงซะอีกแฮะ เพราะใจลอยละล่องไปอยู่กะเค้าแล้วนี่ ใช่มะ? เอ๊ะ แล้วห้ามคิดถึงได้เรอะ
3. คุณมักโทรศัพท์ไปคุยกับเค้าบ๊อยบ่อย บ่อยจนเค้ารำคาญ เอ้ย ชักประหลาดใจ และเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าคุณก็ชอบจ้อเหมือนกัน แถมบางทีโทร.ไปก็ไม่ได้พูดเรื่องสลักสำคัญหรือต้องการขอคำปรึกษาอะไรหรอก แค่อยากคุยก็จะคุยอ่ะ มีอะไรมะ ใช่ไหม? แหม เอาแต่ใจซะด้วยนะ
4. คุณสามารถเลิกนัดกับเพื่อนได้กะทันหัน หากเค้าชวนไปไหนมาไหนด้วยกัน งั้นเลย?
5. เดี๋ยวนี้เวลาคุณไปไหน ไม่ว่าจะไปช็อปฯกับเพื่อน หรือไปเดินเล่นในย่านศูนย์การค้าตามลำพัง คุณจะซื้อของฝากเค้าทุกครั้ง ไม่ว่าเค้าจะชอบสิ่งที่คุณให้หรือไม่ก็ตาม หยั่งงั้นเลยใช่ม้า? พยายามดีแฮะ หวังว่าเค้าคงเข้าใจถึงสิ่งที่คุณทำอยู่นี้ละกัน
6. คุณอยากรู้เรื่องส่วนตัวของเค้ามากขึ้น ไม่ว่ามีแฟนมาแล้วกี่คน ตอนนี้คบกับใครอยู่, แล้วที่ผ่านมาเลิกกับอดีตแฟนเก่าแต่ละคน มีเหตุผลจากอะไร? โอ้ย ถ้าสามารถรู้ได้ว่าสเปกของคนที่เค้ารักเป็นยังไงได้ คุณก็จะทำตัวเป็นนักสืบ ค้นหาคำตอบนี้ให้ได้ รึเปล่าจ๊ะ?
7. ถ้าเค้ามีแฟนแล้ว คุณจะหมดอาลัย ตายอยากทันที แล้วก็นอนร้องไห้เสียดายอยู่นั่นแหละ งั้นสิ? โอ๋ โอ๋ วันนี้ไม่ได้เป็นแฟนเรา แต่วันหน้าก็ไม่แน่ ว่ามะ
8. คุณรีบบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ของเค้าทุกเบอร์ไว้ในรายการโทร.ด่วนในมือถือล่ะซี?
9. คุณอยากให้เค้าชวนไปพบพ่อแม่พี่น้องของเค้าจะแย่ แม้เค้าไม่ทำในทันทีเพื่อสนองความ ต้องการของคุณ แต่คุณยังหวังอยู่นั่นแหละว่า สักวันคงเป็นวันของคุณมั่งละว้า ใช่มะ?
10. รู้ใจเค้าไปซะหมด ไม่ว่าจะเรื่องการแต่งตัว, อาหารการกิน, รายการโปรดทางโทรทัศน์ และกีฬาที่เค้าชอบ ดังนั้น คุณจึงติดตามข่าวคราวของสิ่งเหล่านี้ไว้ เพื่อพูดคุยและทำให้เค้ารู้สึกว่า คุณก็ชอบคล้ายๆกัน จริงมะ? หากตอบว่า ใช่ หรือโอเคทุกข้อที่ถามละก็ คือ เลิฟ (รัก) แล้วล่ะ แต่เวลาตอบอย่าใช้อารมณ์ หัดใช้ เหตุผลด้วยน้า ว้าว! สงสัยจังว่าคุณจะโชคดีกับความรักไหมน่ะสิฮ้า.
หากอ่านจบ ก็คงพอจะเข้าใจ
แต่ถ้าอ่านไม่จบ ก็คงจะเข้าใจได้ยากนะค้า (แล้วจะพูดทำไม)
พี่ว่า ยังไงก็เอาใจตัวเองเป็นหลัก จะชอบ หรือ รัก มันก็ความรู้สึกดีๆ นะค้า
การรอคอย
ใครบางคน...ที่มีค่าพอให้รอคอย
ก า ร ร อ ค อ ย...เป็นเรื่องที่ทรมาน
โดยเฉพาะการรอคอยที่จะกลับมาพบกัน
หรือรอคอยใครสักคนที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน
เพราะในเวลาแห่งการรอคอยนั้น
มันมีมากกว่า 24 ชั่วโมง
และเข็มนาฬิกาก็เดินช้าขึ้นอีกเป็นเท่าตัว...
จากเวลาที่นานอยู่แล้วจึงนานยิ่งกว่า
และการดำเนินชีวิตระหว่างการรอนั้น
ก็มีตัวแปรมากมายที่จะทำให้คนเปลี่ยนไปอยู่ทุกขณะ
เพราะทุกคนมีพื้นฐานความเหงา
และโดดเดี่ยวอยู่ในตัวเองพอๆกับความอ่อนไหว
เป็นโอกาสที่ดีที่จะใช้ระยะทางเป็นเครื่องวัดความรู้สึก
พิสูจน์ความแข็งแรงของความรัก
วัดการกระทำ...ความเสมอต้นเสมอปลาย
และความอดทน
ด้วยเงื่อนไขของความลำบากแห่งกาลเวลา
และตัดสินว่า...การรอคอยจะคุ้มค่าหรือไม่
ก า ร อ ยู่ ห่ า ง กั น...
จึงจำเป็นต้องพิสูจน์กันด้วยความเข้มแข็ง
ต่างคนต่างก็ต้องทำหัวใจให้เข้มแข็งกับอารมณ์ต่างๆ
ที่คอยรบกวน...และคอยชักจูงออกนอกลู่นอกทาง
เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่าย...ที่วันนึงเราพบว่า
คนคนหนึ่ง...คือคนที่ชีวิตเราตามหามาตลอด
และใครสักคนที่เป็นได้อย่างที่เราฝัน
มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
และคนที่จะฝ่าฟันกับการบีบคั้นแห่งการรอคอย
กลับมาหาเราได้ก็ไม่ใช่เรื่องธรรมดา...
เ พ ร า ะ ฉ ะ นั้ น...
ย่อมหมายถึง...ความรู้สึกที่เค้ามีอยู่ก็คงไม่ได้ธรรมดา
และคนคนนั้นก็ย่อมเต็มค่า
เวลาที่ชาวประมงจะเลี้ยงหอยมุก
จะต้องใช้เวลาเนิ่นนาน
และสามารถรอคอยได้อย่างไม่น่าเชื่อ
เพราะเขารู้ว่า เมื่อไหร่ถึงเวลา
ที่มุกสามารถนำมาร้อยเป็นสร้อยได้
ย่อมเกิดค่ามหาศาล
...ชีวิตจึงจำเป็นต้องรอคอยใครสักคนให้ได้
หากรู้ว่าเป็นใครสักคน
...ที่มีค่าแก่การรอคอย...
ก า ร ร อ ค อ ย...เป็นเรื่องที่ทรมาน
โดยเฉพาะการรอคอยที่จะกลับมาพบกัน
หรือรอคอยใครสักคนที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน
เพราะในเวลาแห่งการรอคอยนั้น
มันมีมากกว่า 24 ชั่วโมง
และเข็มนาฬิกาก็เดินช้าขึ้นอีกเป็นเท่าตัว...
จากเวลาที่นานอยู่แล้วจึงนานยิ่งกว่า
และการดำเนินชีวิตระหว่างการรอนั้น
ก็มีตัวแปรมากมายที่จะทำให้คนเปลี่ยนไปอยู่ทุกขณะ
เพราะทุกคนมีพื้นฐานความเหงา
และโดดเดี่ยวอยู่ในตัวเองพอๆกับความอ่อนไหว
เป็นโอกาสที่ดีที่จะใช้ระยะทางเป็นเครื่องวัดความรู้สึก
พิสูจน์ความแข็งแรงของความรัก
วัดการกระทำ...ความเสมอต้นเสมอปลาย
และความอดทน
ด้วยเงื่อนไขของความลำบากแห่งกาลเวลา
และตัดสินว่า...การรอคอยจะคุ้มค่าหรือไม่
ก า ร อ ยู่ ห่ า ง กั น...
จึงจำเป็นต้องพิสูจน์กันด้วยความเข้มแข็ง
ต่างคนต่างก็ต้องทำหัวใจให้เข้มแข็งกับอารมณ์ต่างๆ
ที่คอยรบกวน...และคอยชักจูงออกนอกลู่นอกทาง
เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่าย...ที่วันนึงเราพบว่า
คนคนหนึ่ง...คือคนที่ชีวิตเราตามหามาตลอด
และใครสักคนที่เป็นได้อย่างที่เราฝัน
มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
และคนที่จะฝ่าฟันกับการบีบคั้นแห่งการรอคอย
กลับมาหาเราได้ก็ไม่ใช่เรื่องธรรมดา...
เ พ ร า ะ ฉ ะ นั้ น...
ย่อมหมายถึง...ความรู้สึกที่เค้ามีอยู่ก็คงไม่ได้ธรรมดา
และคนคนนั้นก็ย่อมเต็มค่า
เวลาที่ชาวประมงจะเลี้ยงหอยมุก
จะต้องใช้เวลาเนิ่นนาน
และสามารถรอคอยได้อย่างไม่น่าเชื่อ
เพราะเขารู้ว่า เมื่อไหร่ถึงเวลา
ที่มุกสามารถนำมาร้อยเป็นสร้อยได้
ย่อมเกิดค่ามหาศาล
...ชีวิตจึงจำเป็นต้องรอคอยใครสักคนให้ได้
หากรู้ว่าเป็นใครสักคน
...ที่มีค่าแก่การรอคอย...
ฉันเหนื่อยแล้วล่ะรู้หรือปล่าว...
ที่คอยวิ่งตามความหวังเก่าๆ อย่างไร้จุดหมาย
ฉันท้อจนหยุดเดินหลายครั้งกับหลายเรื่องราว
กับการได้รู้ข่าวคราวของคนไกล
** ** **
ฝั่งนึงฉันยังคงเฝ้ารอคอย
คิดว่าไม่ก้าวถอยพรุ่งนี้ยังมีวันใหม่
เธอคงกลับมาหา...เธอคงยังรักษาหัวใจ
แต่เธอรู้อะไรไหม มันไม่ได้เป็นไปอย่างนั้นเลย
** ** **
อีกฝั่งไม่เคยจะรับรู้
กับคนที่เฝ้ารออยู่ ได้แต่เมินเฉย
กี่ครั้งกันนะ...ที่ทำร้ายกันเสียจนคุ้นเคย
ฉันเจ็บจนเกินจะเอ่ย คงต้องพอ
** ** **
พอเสียทีคงดีนะ
จะทำร้ายจิตใจตัวเองไปถึงไหน
เจ็บอยู่อย่างนี้เธอคนดีจะรู้อะไร
แม้แต่ความรักที่เคยมีให้
ยังไม่เคยมีค่าอะไรในสายตา
อยากให้ใจเข้มแข็งมากกว่านี้
อยากหยุดพักสักเสี้ยววินาทีแล้วลุกขึ้นใหม่
พรุ่งนี้ฉันจะไม่ท้อ จะไม่นั่งรอความเสียใจ
แล้วจะไม่ร้องไห้แทบเป็นแทบตายอย่างที่ผ่านมา
** ** **
เธอเห็นฉันไร้ค่าฉันยังจะหวังอะไร
ก้อต้องปล่อยให้เป็นไปตามสิ่งที่เธอค้นหา
ขอบคุณที่สอนให้ฉันเห็นคุณค่าของหยดน้ำตา
แล้วพรุ่งนี้ฉันจะเชิดหน้ากลบคราบน้ำตาที่เคยเป็น
** ** **
ฉันจะเข้มแข็งให้เธอดู
ค่าของฉันยังมีอยู่แม้คนอย่างเธอจะมองไม่เห็น
ฉันจะเป็นคนใหม่ไม่ให้เธอเห็นหยดน้ำตาที่กระเซ็น
แม้จะยากเย็นแสนเข็ญ แต่ฉันจะเป็นให้เธอดู
วันนี้ยอมรับเลยว่าท้อ
แล้วจะขอร้องไห้ให้พอแค่วันนี้
พรุ่งนี้จะเลิกอ่อนแอบอกกับตัวเองแบบนี้ทุกที
แต่จนถึงตอนนี้พยายามกี่ทีก้อยังทำไม่ได้เลย
** ** **
พรุ่งนี้จะเป็นคนใหม่
จะไม่เสียใจกับใครที่ไม่เห็นค่าใครที่ชาเฉย
พรุ่งนี้จะไม่มีน้ำตา ที่แสนคุ้นเคย
แต่ทำไม่ได้เลย ไม่ได้เลยสักที
** ** **
บอกกับตัวเองทุกวัน
ว่าจะเป็นคนใหม่ในเร็ววันนี้
จะไม่เสียใจไม่ร้องไห้กับคนไม่รักดี
แต่ก้อยังไม่ลืมเธอสักทีจะทำไง
** ** **
สิ่งเดียวที่พอจะทำได้
คือเธอไม่มีวันได้ย้อนกลับมาใหม่
ให้ไปหมดแล้ว หมดรัก และหมดใจ
และจะไม่มีให้เธออีกต่อไป...พอสักที
ที่คอยวิ่งตามความหวังเก่าๆ อย่างไร้จุดหมาย
ฉันท้อจนหยุดเดินหลายครั้งกับหลายเรื่องราว
กับการได้รู้ข่าวคราวของคนไกล
** ** **
ฝั่งนึงฉันยังคงเฝ้ารอคอย
คิดว่าไม่ก้าวถอยพรุ่งนี้ยังมีวันใหม่
เธอคงกลับมาหา...เธอคงยังรักษาหัวใจ
แต่เธอรู้อะไรไหม มันไม่ได้เป็นไปอย่างนั้นเลย
** ** **
อีกฝั่งไม่เคยจะรับรู้
กับคนที่เฝ้ารออยู่ ได้แต่เมินเฉย
กี่ครั้งกันนะ...ที่ทำร้ายกันเสียจนคุ้นเคย
ฉันเจ็บจนเกินจะเอ่ย คงต้องพอ
** ** **
พอเสียทีคงดีนะ
จะทำร้ายจิตใจตัวเองไปถึงไหน
เจ็บอยู่อย่างนี้เธอคนดีจะรู้อะไร
แม้แต่ความรักที่เคยมีให้
ยังไม่เคยมีค่าอะไรในสายตา
อยากให้ใจเข้มแข็งมากกว่านี้
อยากหยุดพักสักเสี้ยววินาทีแล้วลุกขึ้นใหม่
พรุ่งนี้ฉันจะไม่ท้อ จะไม่นั่งรอความเสียใจ
แล้วจะไม่ร้องไห้แทบเป็นแทบตายอย่างที่ผ่านมา
** ** **
เธอเห็นฉันไร้ค่าฉันยังจะหวังอะไร
ก้อต้องปล่อยให้เป็นไปตามสิ่งที่เธอค้นหา
ขอบคุณที่สอนให้ฉันเห็นคุณค่าของหยดน้ำตา
แล้วพรุ่งนี้ฉันจะเชิดหน้ากลบคราบน้ำตาที่เคยเป็น
** ** **
ฉันจะเข้มแข็งให้เธอดู
ค่าของฉันยังมีอยู่แม้คนอย่างเธอจะมองไม่เห็น
ฉันจะเป็นคนใหม่ไม่ให้เธอเห็นหยดน้ำตาที่กระเซ็น
แม้จะยากเย็นแสนเข็ญ แต่ฉันจะเป็นให้เธอดู
วันนี้ยอมรับเลยว่าท้อ
แล้วจะขอร้องไห้ให้พอแค่วันนี้
พรุ่งนี้จะเลิกอ่อนแอบอกกับตัวเองแบบนี้ทุกที
แต่จนถึงตอนนี้พยายามกี่ทีก้อยังทำไม่ได้เลย
** ** **
พรุ่งนี้จะเป็นคนใหม่
จะไม่เสียใจกับใครที่ไม่เห็นค่าใครที่ชาเฉย
พรุ่งนี้จะไม่มีน้ำตา ที่แสนคุ้นเคย
แต่ทำไม่ได้เลย ไม่ได้เลยสักที
** ** **
บอกกับตัวเองทุกวัน
ว่าจะเป็นคนใหม่ในเร็ววันนี้
จะไม่เสียใจไม่ร้องไห้กับคนไม่รักดี
แต่ก้อยังไม่ลืมเธอสักทีจะทำไง
** ** **
สิ่งเดียวที่พอจะทำได้
คือเธอไม่มีวันได้ย้อนกลับมาใหม่
ให้ไปหมดแล้ว หมดรัก และหมดใจ
และจะไม่มีให้เธออีกต่อไป...พอสักที
*-* แค่คิด... ไม่บอก... ก็ไม่ถึง .*-* ......................................................................................
"ความรู้สึกหนึ่ง ที่เกิดขึ้นได้กับทุก ๆ คน
เป็นความรู้สึกที่อาจมีใครหลาย ๆ คนไม่รู้เหตุ
และผล ว่าเป็นไปได้อย่างไร เมื่อรู้ตัวก็เกิดขึ้นแล้ว
ความคิดถึง นี่คือสิ่งที่ใคร่อยากจะบอกให้รู้
บอกให้ใครคนที่เรารู้สึกอย่างนั้นให้รับรู้
บางเวลา... อยากบอกด้วย คำพูด
บางเวลา...อยากบอกด้วย สายตา
บางเวลา...อยากบอกด้วย ความรัก
ทุก ๆ เวลา...อยากให้รับรู้ว่า "คิดถึงนะ"
แต่คุณรู้มั้ยว่า..เหล่านี้..
จะไม่บังเกิดผลใด ๆ ได้เลย..หาก..
เป็นเพียงแค่ความคิดของคุณฝ่ายเดียว
"ความหาญกล้า" ที่ไม่ใช่ว่าจะต้องแสดง
อะไรมากมายนัก..ไม่ต้องไปออกรบที่ไหน
ไม่ต้องมีเหรียญกล้าหาญใดๆ ..
ไม่ต้องได้รับคำยกย่องชมเชยจากนายพล นายพัน
และไม่ต้องอีกมากมาย..
เพียงแต่..คุณใช้ประการหนึ่ง...
"คำพูด ความรู้สึก ที่ผสมผสานให้กลมกลืน"
แล้วเปล่งวาจาออกไปจากปากของคุณเองว่า
"คิดถึงนะ" เท่านี้ รู้มั้ยว่า
โลกนี้ทั้งโลกของคุณก็จะสว่างใส..
ไม่หมองมัว อีกต่อไป ...ที่สำคัญ...
ใครคนนั้นของคุณจะได้รับรู้บ้างว่า คุณคิดอย่างไร
มันไม่สำคัญหรอกว่า สิ่งที่จะตอบกลับมา จากเขาหรือเธอ
คนนั้น จะเป็นเช่นไร..แต่มันสำคัญแค่ว่า..
คุณได้บอกแล้ว...และคุณก็ได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดกับเขา..
เท่าที่ "คนๆ หนึ่งพีงจะสามารถหามาให้คนอีกคนหนึ่งได้"
.......พูดดูสิว่า ...คิดถึง...บางทีในไม่ช้า..คุณอาจจะ
ได้คำ ๆ นั้นกลับมาหา.... "
ว่าแต่ว่า วันนี้คุณบอกเค้าคนนั้นของคุณหรือยัง ว่า " คิดถึงมากนะ "
เป็นความรู้สึกที่อาจมีใครหลาย ๆ คนไม่รู้เหตุ
และผล ว่าเป็นไปได้อย่างไร เมื่อรู้ตัวก็เกิดขึ้นแล้ว
ความคิดถึง นี่คือสิ่งที่ใคร่อยากจะบอกให้รู้
บอกให้ใครคนที่เรารู้สึกอย่างนั้นให้รับรู้
บางเวลา... อยากบอกด้วย คำพูด
บางเวลา...อยากบอกด้วย สายตา
บางเวลา...อยากบอกด้วย ความรัก
ทุก ๆ เวลา...อยากให้รับรู้ว่า "คิดถึงนะ"
แต่คุณรู้มั้ยว่า..เหล่านี้..
จะไม่บังเกิดผลใด ๆ ได้เลย..หาก..
เป็นเพียงแค่ความคิดของคุณฝ่ายเดียว
"ความหาญกล้า" ที่ไม่ใช่ว่าจะต้องแสดง
อะไรมากมายนัก..ไม่ต้องไปออกรบที่ไหน
ไม่ต้องมีเหรียญกล้าหาญใดๆ ..
ไม่ต้องได้รับคำยกย่องชมเชยจากนายพล นายพัน
และไม่ต้องอีกมากมาย..
เพียงแต่..คุณใช้ประการหนึ่ง...
"คำพูด ความรู้สึก ที่ผสมผสานให้กลมกลืน"
แล้วเปล่งวาจาออกไปจากปากของคุณเองว่า
"คิดถึงนะ" เท่านี้ รู้มั้ยว่า
โลกนี้ทั้งโลกของคุณก็จะสว่างใส..
ไม่หมองมัว อีกต่อไป ...ที่สำคัญ...
ใครคนนั้นของคุณจะได้รับรู้บ้างว่า คุณคิดอย่างไร
มันไม่สำคัญหรอกว่า สิ่งที่จะตอบกลับมา จากเขาหรือเธอ
คนนั้น จะเป็นเช่นไร..แต่มันสำคัญแค่ว่า..
คุณได้บอกแล้ว...และคุณก็ได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดกับเขา..
เท่าที่ "คนๆ หนึ่งพีงจะสามารถหามาให้คนอีกคนหนึ่งได้"
.......พูดดูสิว่า ...คิดถึง...บางทีในไม่ช้า..คุณอาจจะ
ได้คำ ๆ นั้นกลับมาหา.... "
ว่าแต่ว่า วันนี้คุณบอกเค้าคนนั้นของคุณหรือยัง ว่า " คิดถึงมากนะ "
. .นาฬิกาทรายระหว่างเรา. . " ห ม ด ล ง แ ล้ ว"
เราทั้งสองก็ต้อง " แ ย ก ท า ง เ ดิ น "
ซึ่งครั้งหนึ่งอาจคิดว่า. .
เราจะเดินไปด้วยกัน
เมื่อ เ ว ล า หมดลง
ค ว า ม รั ก จบลง
แต่ ค ว า ม ผู ก พั น
ทุก ๆ ค ว า ม ท ร ง จำ ยังคงวนเวียน
ต อ ก ย้ำ ค ว า ม รู้ สึ ก
ในค่ำคืนที่ เ งี ย บ เ ห ง า
มีเพียงดวงตาที่ยังคงเปิดโพลงกับความมืด
ความคิดจมจ่อมกับภ า พ ใ น วั น ว า น
แล้ว น้ำ ต า ก็ไหลลงอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว
แต่สิ่งที่ ต่ า ง อ อ ก ไ ป
นั่นก็คือ. .
ถึงแม้ว่าเราจะร้องไห้
แต่เราก็ยังยิ้มได้
ยิ้ ม ใ ห้ กั บ ค ว า ม ท ร ง จำ ดี ๆ
แ ล ะ คิ ด ว่ า. .
อ ย่ า ง น้ อ ย เ ร า ก็ เ ค ย ไ ด้ มี ค ว า ม รู้ สึ ก นี้
ซึ่งครั้งหนึ่งอาจคิดว่า. .
เราจะเดินไปด้วยกัน
เมื่อ เ ว ล า หมดลง
ค ว า ม รั ก จบลง
แต่ ค ว า ม ผู ก พั น
ทุก ๆ ค ว า ม ท ร ง จำ ยังคงวนเวียน
ต อ ก ย้ำ ค ว า ม รู้ สึ ก
ในค่ำคืนที่ เ งี ย บ เ ห ง า
มีเพียงดวงตาที่ยังคงเปิดโพลงกับความมืด
ความคิดจมจ่อมกับภ า พ ใ น วั น ว า น
แล้ว น้ำ ต า ก็ไหลลงอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว
แต่สิ่งที่ ต่ า ง อ อ ก ไ ป
นั่นก็คือ. .
ถึงแม้ว่าเราจะร้องไห้
แต่เราก็ยังยิ้มได้
ยิ้ ม ใ ห้ กั บ ค ว า ม ท ร ง จำ ดี ๆ
แ ล ะ คิ ด ว่ า. .
อ ย่ า ง น้ อ ย เ ร า ก็ เ ค ย ไ ด้ มี ค ว า ม รู้ สึ ก นี้
*-* รักมากไป หรือใจ หมดลง...*-*
ความรัก .. เรื่องเดิม ๆ ที่ทุกคนรู้จักดี สิ่งที่ หาความหมายแท้จริงไม่ได้
ทุกคนต้องเคยอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ที่จะจมปลัก ติดอยู่กับควมหอมหวาน เย้ายวนใจ
แต่ใครเล่าจะแลเห็น ภายใต้ของความรักนั้น มันมักจะมีความเจ็บปวด และขมขื่นรวมอยู่ด้วยเสมอ
คนที่เชี่ยวชาญ อาจมองว่าเป็นเรื่องปรกติ
แต่หากเป็นคนที่เพิ่งได้ลิ้มลองล่ะ แน่นอน .. มันคงจะติดตัวเค้าไปอีกนาน
บางครั้ง เราเดินไปตามทาง เจอคู่รักนั่งส่งสายตาหวานฉ่ำ
หรือไม่ก็วิวาทกันรุนแรงเราคงจะแอบคิดในใจ ไม่มากก็น้อย น่าอิจฉา .. สมน้ำหน้า
ความรู้สึกต่าง ๆ ที่ปนเปเข้ามา บางคู่ดูรักกันดี
แต่หารู้ไม่ สิ่งที่ทุกคนเห็นเปนเพียงภาพลวงตา
คนใดคนนึงเบื่อเต็มทนกับสภาพที่เป็นอยู่
หรือคนใดคนนึง อาจจะชินชากับสิ่งเหล่านี้ ที่ผ่านมาทุกวันเป็นประจำ
มันอาจเป็นเพราะหลาย ๆ สาเหตุ ไม่เข้าใจกัน
รับไม่ได้กับที่เค้า เป็นเค้า ทะเลาะกัน และอื่น ๆ อีกมากมาย
คนที่เบื่อ อาจเป็นเพราะคนหมดใจแล้ว ไม่อยากรักกันอีกต่อไป
แต่ในทางกลับกัน คนที่เย็นชา เฉยชา อาจเป็นคนที่ยังรักอยู่ รักจนเกินไป
จนไม่รู้จะทำเช่นไรในการแสดงออก จึงได้แต่เฉยชา วางท่าที
การที่จะหลงรักใครเค้าสักคน เป็นเรื่องที่แสนจะง่ายดาย
แค่เพียงสบตา คุณก็อาจจะปิ๊งเค้าทันทีก็ได้
แต่การที่จะหยุดรักนี้สิ บางครั้งก็ง่าย บางครั้งก็ยากเสียเหลือเกิน
ในการที่จะบอกเค้าว่า .. เราจบกัน
แม้ ณ ตอนนั้น เราอาจจะพอ อยากจะจบ ทนไม่ไหว ไม่ได้ พอกันที
แต่เมื่อมานึกคำนึง ถึงเพิ่งรู้ว่าตอนนี้ ได้รักเค้าไปแล้วหมดใจ และออกจะมากเกินไปเสียด้วย
หากคุณจะรัก หรือจะจบ คิดให้ดี เพราะอาจต้องเสียใจ
ก่อนจะจบ คิดให้ดี คุณ .. รักเค้ามากไป หรือใจคุณ กำลังหมดลง......
ทุกคนต้องเคยอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ที่จะจมปลัก ติดอยู่กับควมหอมหวาน เย้ายวนใจ
แต่ใครเล่าจะแลเห็น ภายใต้ของความรักนั้น มันมักจะมีความเจ็บปวด และขมขื่นรวมอยู่ด้วยเสมอ
คนที่เชี่ยวชาญ อาจมองว่าเป็นเรื่องปรกติ
แต่หากเป็นคนที่เพิ่งได้ลิ้มลองล่ะ แน่นอน .. มันคงจะติดตัวเค้าไปอีกนาน
บางครั้ง เราเดินไปตามทาง เจอคู่รักนั่งส่งสายตาหวานฉ่ำ
หรือไม่ก็วิวาทกันรุนแรงเราคงจะแอบคิดในใจ ไม่มากก็น้อย น่าอิจฉา .. สมน้ำหน้า
ความรู้สึกต่าง ๆ ที่ปนเปเข้ามา บางคู่ดูรักกันดี
แต่หารู้ไม่ สิ่งที่ทุกคนเห็นเปนเพียงภาพลวงตา
คนใดคนนึงเบื่อเต็มทนกับสภาพที่เป็นอยู่
หรือคนใดคนนึง อาจจะชินชากับสิ่งเหล่านี้ ที่ผ่านมาทุกวันเป็นประจำ
มันอาจเป็นเพราะหลาย ๆ สาเหตุ ไม่เข้าใจกัน
รับไม่ได้กับที่เค้า เป็นเค้า ทะเลาะกัน และอื่น ๆ อีกมากมาย
คนที่เบื่อ อาจเป็นเพราะคนหมดใจแล้ว ไม่อยากรักกันอีกต่อไป
แต่ในทางกลับกัน คนที่เย็นชา เฉยชา อาจเป็นคนที่ยังรักอยู่ รักจนเกินไป
จนไม่รู้จะทำเช่นไรในการแสดงออก จึงได้แต่เฉยชา วางท่าที
การที่จะหลงรักใครเค้าสักคน เป็นเรื่องที่แสนจะง่ายดาย
แค่เพียงสบตา คุณก็อาจจะปิ๊งเค้าทันทีก็ได้
แต่การที่จะหยุดรักนี้สิ บางครั้งก็ง่าย บางครั้งก็ยากเสียเหลือเกิน
ในการที่จะบอกเค้าว่า .. เราจบกัน
แม้ ณ ตอนนั้น เราอาจจะพอ อยากจะจบ ทนไม่ไหว ไม่ได้ พอกันที
แต่เมื่อมานึกคำนึง ถึงเพิ่งรู้ว่าตอนนี้ ได้รักเค้าไปแล้วหมดใจ และออกจะมากเกินไปเสียด้วย
หากคุณจะรัก หรือจะจบ คิดให้ดี เพราะอาจต้องเสียใจ
ก่อนจะจบ คิดให้ดี คุณ .. รักเค้ามากไป หรือใจคุณ กำลังหมดลง......
ก่อนวันวาเลนไทน์
ประเพณีที่ไทยเรารับมาจากฝรั่ง นอกเหนือจากปีใหม่และคริสต์มาสแล้ว ก็เห็นจะเป็นฮาโลวีนกับวาเลนไทน์ โดยฮาโลวีนนั้น มาจากความเชื่อของชาวพื้นเมืองเผ่าหนึ่งในไอร์แลนด์ซึ่งถือวันที่ 1 พฤศจิกายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ ดังนั้นคืนวันที่ 31 ตุลาคม จึงเป็นเวลาที่ประตูนรกถูกเปิดเพื่อให้ปีศาจของผู้ที่เสียชีวิตในปีนั้นออกแสวงหาร่างเพื่อสิงสู่ อันจะทำให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่ ดังนั้นชาวบ้านจึงหาทางป้องกันเหล่าปีศาจด้วยการดับไฟและไม่ติดไฟเตาผิงเพื่อให้บ้าน
มืดและหนาวเย็น (เหมือนในนรก) แต่งเนื้อแต่งตัวให้ปีศาจคิดว่าเป็นพวกเดียวกัน หรือทำเสียงอึกทึกเพื่อให้ปีศาจตกใจ ต่อมาสิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นเรื่องที่สนุกสนานและนิยมกันในประเทศที่สืบเชื่อสายมาจากอังกฤษ เช่นสหรัฐฯ แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
สำหรับวันวาเลนไทน์นั้น มีความเป็นมาตามที่เล่าขานหลายเรื่องด้วยกัน แต่ที่นิยมมากที่สุดได้แก่เรื่องของนักบุญวาเลนตินัสหรือวาเลนไทน์ ซึ่งถูกจักรพรรดิ์เคลาดิอัส ที่ 2 ประหารชีวิตในความผิดฐานขัดพระบรมราชโองการที่ห้ามมิให้ประกอบพิธีสมรส เนื่องจากจักรพรรดิ์มีความเชื่อว่าทหารที่ยังไม่แต่งงานจะมีความสามารถในการรบและความกล้าหาญสูงกว่าทหารที่มีครอบครัวแล้ว แต่วาเลนไทน์กลับเห็นว่าความรักมีความสำคัญกว่าสิ่งอื่น และแอบประกอบพิธีสมรสให้หนุ่มสาวไปหลายคู่ ดังนั้นวาเลนไทน์จึงถูกลงโทษประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ.220 และต่อมาวาเลนไทน์ก็ได้รับการยกย่องให้เป็นนักบุญ ทำให้หนุ่มสาวถือเอาวันเสียชีวิตของนักบุญวาเลนไทน์เป็นวันที่แสดงถึงความรักที่มีต่อกัน ด้วยการมอบของขวัญ ดอกไม้ หรือขนม แทนความในใจย่างไรก็ตาม ในปี ค.ศ.1969 วาติกันได้ประกาศยกเลิกวันเซนต์วาเลนไทน์ออกจากปฏิทินทางศาสนา เนื่องจากตรวจสอบไม่พบหลักฐานที่สามารถยืนยันเรื่องของนักบุญวาเลนไทน์ได้ แต่คนทั่วไปก็ยังถือว่าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันแห่งความรักอยู่เช่นเดิม
แม้ว่าวันฮาโลวีนจะมีกำเนิดที่น่ากลัว ขณะที่วันวาเลนไทน์มีกำเนิดจากความรักและการเสียสละ แต่ผู้ที่เป็นพ่อคนแม่คนในเวลานี้กลับกลัววันวาลนไทน์มากกว่าวันฮาโลวีนหลายเท่า ทั้งนี้ก็ด้วยค่านิยมในทางที่ผิดและการตีความตามใจตนของวัยรุ่นไทยในยุคนี้ ที่คิดว่าวันวาเลนไทน์เป็นวันที่จะมอบกายพลีร่างแก่คนรัก หรือคิดว่าการมีความสัมพันธ์ทางเพศเป็นสิ่งที่แสดงถึงความรักรวมทั้งการมองข้ามความรู้สึกดี ๆ อันมีค่าที่เรียกว่า”รัก” ไปสู่เรื่องของตัณหาและกามารมณ์ อย่างน่าเสียดาย
มีคำถามที่เรามักจะได้ยินกันบ่อย ๆ เกี่ยวกับปัญหาเรื่องพฤติกรรมของวัยรุ่นกับวันวาเลนไทน์อยู่ทุกปี และก็มีคำตอบที่เราได้ฟังกันประจำจากผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าว แต่ลงท้ายก็เป็นเพียงแผ่นเสียงตกร่อง ที่ไม่ไปไหนไกลหรือมีอะไรใหม่ ๆ ที่ผิดแผกไปจากสิ่งเดิม ๆ ซึ่งที่สุดแล้วก็จบลงด้วยสถิติการเสียตัวในวันวาเลนไทน์ที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ และความกังวลสำหรับวันวาเลนไทน์ปีหน้า
วันวาเลนไทน์ วันสงกรานต์ หรือวันลอยกระทง ล้วนเป็นธรรมเนียมและการปฏิบัติที่สามารถแก้ไขปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสมของสังคมได้ แต่ทั้งนี้จะต้องมีการให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและการรณรงค์สร้างค่านิยมที่ดีงามอย่างต่อเนื่อง เช่นการที่หญิงสาวจะต้องรักษาความบริสุทธิ์ของตนไว้ให้ได้จนกว่าจะถึงคืนสมรส เพื่อเป็นปราการต้านกระแสและแรงยั่วยุต่าง ๆ รวมทั้งอารมณ์ชั่วแล่น
วันเว้นวัน วันนี้ ขอจบด้วยเพลง “จูบในใจ” ของสุนทราภรณ์ ที่ขึ้นต้นว่า
“รักไม่สำคัญที่จูบ ไล้ลูบเนื้อตัวกันก่อน เมตตา จงอย่าใจร้อน ถึงก่อนวิวาห์
ถึงแน่ แม้ใจเราอยู่ หมายคู่ภิรมย์ภายหน้า แต่วันยังอยู่นานช้า ขออย่ารุกราน...”
มืดและหนาวเย็น (เหมือนในนรก) แต่งเนื้อแต่งตัวให้ปีศาจคิดว่าเป็นพวกเดียวกัน หรือทำเสียงอึกทึกเพื่อให้ปีศาจตกใจ ต่อมาสิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นเรื่องที่สนุกสนานและนิยมกันในประเทศที่สืบเชื่อสายมาจากอังกฤษ เช่นสหรัฐฯ แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
สำหรับวันวาเลนไทน์นั้น มีความเป็นมาตามที่เล่าขานหลายเรื่องด้วยกัน แต่ที่นิยมมากที่สุดได้แก่เรื่องของนักบุญวาเลนตินัสหรือวาเลนไทน์ ซึ่งถูกจักรพรรดิ์เคลาดิอัส ที่ 2 ประหารชีวิตในความผิดฐานขัดพระบรมราชโองการที่ห้ามมิให้ประกอบพิธีสมรส เนื่องจากจักรพรรดิ์มีความเชื่อว่าทหารที่ยังไม่แต่งงานจะมีความสามารถในการรบและความกล้าหาญสูงกว่าทหารที่มีครอบครัวแล้ว แต่วาเลนไทน์กลับเห็นว่าความรักมีความสำคัญกว่าสิ่งอื่น และแอบประกอบพิธีสมรสให้หนุ่มสาวไปหลายคู่ ดังนั้นวาเลนไทน์จึงถูกลงโทษประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ.220 และต่อมาวาเลนไทน์ก็ได้รับการยกย่องให้เป็นนักบุญ ทำให้หนุ่มสาวถือเอาวันเสียชีวิตของนักบุญวาเลนไทน์เป็นวันที่แสดงถึงความรักที่มีต่อกัน ด้วยการมอบของขวัญ ดอกไม้ หรือขนม แทนความในใจย่างไรก็ตาม ในปี ค.ศ.1969 วาติกันได้ประกาศยกเลิกวันเซนต์วาเลนไทน์ออกจากปฏิทินทางศาสนา เนื่องจากตรวจสอบไม่พบหลักฐานที่สามารถยืนยันเรื่องของนักบุญวาเลนไทน์ได้ แต่คนทั่วไปก็ยังถือว่าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันแห่งความรักอยู่เช่นเดิม
แม้ว่าวันฮาโลวีนจะมีกำเนิดที่น่ากลัว ขณะที่วันวาเลนไทน์มีกำเนิดจากความรักและการเสียสละ แต่ผู้ที่เป็นพ่อคนแม่คนในเวลานี้กลับกลัววันวาลนไทน์มากกว่าวันฮาโลวีนหลายเท่า ทั้งนี้ก็ด้วยค่านิยมในทางที่ผิดและการตีความตามใจตนของวัยรุ่นไทยในยุคนี้ ที่คิดว่าวันวาเลนไทน์เป็นวันที่จะมอบกายพลีร่างแก่คนรัก หรือคิดว่าการมีความสัมพันธ์ทางเพศเป็นสิ่งที่แสดงถึงความรักรวมทั้งการมองข้ามความรู้สึกดี ๆ อันมีค่าที่เรียกว่า”รัก” ไปสู่เรื่องของตัณหาและกามารมณ์ อย่างน่าเสียดาย
มีคำถามที่เรามักจะได้ยินกันบ่อย ๆ เกี่ยวกับปัญหาเรื่องพฤติกรรมของวัยรุ่นกับวันวาเลนไทน์อยู่ทุกปี และก็มีคำตอบที่เราได้ฟังกันประจำจากผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าว แต่ลงท้ายก็เป็นเพียงแผ่นเสียงตกร่อง ที่ไม่ไปไหนไกลหรือมีอะไรใหม่ ๆ ที่ผิดแผกไปจากสิ่งเดิม ๆ ซึ่งที่สุดแล้วก็จบลงด้วยสถิติการเสียตัวในวันวาเลนไทน์ที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ และความกังวลสำหรับวันวาเลนไทน์ปีหน้า
วันวาเลนไทน์ วันสงกรานต์ หรือวันลอยกระทง ล้วนเป็นธรรมเนียมและการปฏิบัติที่สามารถแก้ไขปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสมของสังคมได้ แต่ทั้งนี้จะต้องมีการให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและการรณรงค์สร้างค่านิยมที่ดีงามอย่างต่อเนื่อง เช่นการที่หญิงสาวจะต้องรักษาความบริสุทธิ์ของตนไว้ให้ได้จนกว่าจะถึงคืนสมรส เพื่อเป็นปราการต้านกระแสและแรงยั่วยุต่าง ๆ รวมทั้งอารมณ์ชั่วแล่น
วันเว้นวัน วันนี้ ขอจบด้วยเพลง “จูบในใจ” ของสุนทราภรณ์ ที่ขึ้นต้นว่า
“รักไม่สำคัญที่จูบ ไล้ลูบเนื้อตัวกันก่อน เมตตา จงอย่าใจร้อน ถึงก่อนวิวาห์
ถึงแน่ แม้ใจเราอยู่ หมายคู่ภิรมย์ภายหน้า แต่วันยังอยู่นานช้า ขออย่ารุกราน...”
ของขวัญวันวาเลนไทน์
วิธีเลือกซื้อ ของขวัญวันวาเลนไทน์ ให้ถูกใจคนรับ
สำหรับใครที่มองหาของขวัญวาเลนไทน์ใหคนพิเศษ นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยิ่งเลือกให้คนพิเศษในเทศกาลแห่งความรักนี้ด้วยแล้วก็ยิ่งต้องพิถีพิถันในเรื่องของขวัญวันวาเลนไทน์ เพื่อให้คนรับประทับใจ พอใจ และคนให้ก็มีความสุขด้วย
แล้วคุณรู้มั้ยว่า..
ของขวัญวันวาเลนไทน์ที่ คุณเลือกและมอบให้เขาหรือเธอนั้น บอกให้ผู้รับรู้ได้ด้วยว่าคุณเป็นคนแบบไหน ของแต่ละอย่างเป็นสัญลักษณ์ของอะไร บ่งบอกความเป็นคุณอย่างไร
ของขวัญวาเลนไทน์ ตุ๊กตา สัญลักษณ์แห่งความปรารถนาดีและมิตรภาพ
ตุ๊กตา เป็นของขวัญที่คนส่วนใหญ่นิยมมอบให้กัน เพราะเป็นกลางที่สุด เป็นการแสดงให้รู้ว่าคุณชอบให้ของขวัญหรือของฝากกับคนอื่นอยู่เสมอ เป็นคนที่มีความหวานอยู่ในจิตใจ มองโลกในแง่ดี อารมณ์แจ่มใสเสมอ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนรั้น ดื้อเงียบ เอาแต่ใจตัวเอง
ของขวัญวาเลนไทน์ ช่อดอกไม้ สัญลักษณ์ของความรักและความปรารถนาดี
การ ให้ช่อดอกไม้แสดงให้เห็นว่า คุณเป็นคนมีความเป็นตัวของตัวเองสูง โรแมนติกไม่น้อย เป็นคนเจ้าชู้ไม่เบาเลย มีความละเอียดอ่อน นอกจากนี้ยังดื้อเงียบและหยิ่งอีกด้วย
ของขวัญวาเลนไทน์ เครื่องประดับ สัญลักษณ์แห่งความหรูและความสำเร็จ
คุณเป็นคนช่างสังเกต ช่างเลือก ช่างคิด ให้ความสนใจในการวางตัวและสร้างภาพลักษณ์ เป็นคนมีรสนิยมดี รักสวยรักงาม ชอบโดดเด่น
ของขวัญวาเลนไทน์ ของรูปหัวใจ สัญลักษณ์ของความรักและความผูกพัน
ของ ใช้ที่ทำเป็นรูปหัวใจที่เห็นกันบ่อยๆ เช่นเครื่องประดับที่เหมาะกับสาวๆ ส่วนหมอนหรือกล่องดนตรีจะเหมาะกับหนุ่มๆ การให้ของขวัญแบบนี้แสดงว่าคุณเป็นคนโรแมนติกมาก ให้ความสำคัญกับความรัก ความผูกพัน ความห่วงใยในคนอื่น เป็นคนช่างคิด ช่างฝัน
ของขวัญวาเลนไทน์ น้ำหอม สัญลักษณ์แห่งเสน่ห์และความปรารถนา
คุณ เป็นคนมีรสนิยมดี ชอบของสวยๆ งามๆ ค่อนข้างสำอางมีเสน่ห์ ชอบสร้างความประทับใจให้แก่ผู้อื่น เข้ากับคนได้ง่าย แต่มักห่วงภาพลักษณ์ของตัวเองเกินไป
ของขวัญวาเลนไทน์ ช็อกโกแลตหรือคุกกี้ สัญลักษณ์แห่งความรักและมิตรภาพ
คุณ เป็นคนอารมณ์ดี มองโลกแง่ดี ไม่มีพิษภัยกับใคร แม้ดูเป็นคนเรียบๆ ง่ายๆ ชอบความสนุกสนาน แต่คุณก็มีความรับผิดชอบสูง มีน้ำใจ แม้เจ้าชู้ไปบ้างแต่ก็ไม่หลายใจนะ
ของขวัญวาเลนไทน์ ผลิตภัณฑ์อะโรมา สัญลักษณ์ของความหวังและแรงบันดาลใจ
คุณ เป็นคนโรแมนติก ชอบท่องเที่ยว ดูหนัง ฟังเพลง ใส่ใจสุขภาพเป็นพิเศษ ช่างคิด ช่างฝัน ภายนอกเหมือนคนอ่อนโยน แต่จริงๆ กลับเป็นคนดื้อเอาแต่ใจตัวเองเหมือนกัน
ของขวัญวาเลนไทน์ ผลิตภัณฑ์เพื่อดูแลผิว สัญลักษณ์ของความรัก ความปรารถนาดี เสน่ห์และความสุข
คุณเป็นคนเอาใจใส่และเข้าใจคนอื่นโดยเฉพาะคนรักของคุณ เป็นคนโรแมนติก สร้างความประทับใจเก่ง ช่างเลือก ช่างคิด เก่งในด้านการตัดสินใจ
ของขวัญวาเลนไทน์ เสื้อคู่รัก สัญลักษณ์แห่งความรัก ความจริงใจ
คุณ เป็นคนเอาใจใส่กับความรู้สึกของคนรักคุณ เป็นคนที่กล้าแสดงออก รักใครรักจริงและมั่นคง และมนุษย์สัมพันธ์ดี
วิธีเลือกซื้อ ของขวัญวันวาเลนไทน์ ให้ถูกใจคนรับ
สำหรับใครที่มองหาของขวัญวาเลนไทน์ใหคนพิเศษ นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยิ่งเลือกให้คนพิเศษในเทศกาลแห่งความรักนี้ด้วยแล้วก็ยิ่งต้องพิถีพิถันในเรื่องของขวัญวันวาเลนไทน์ เพื่อให้คนรับประทับใจ พอใจ และคนให้ก็มีความสุขด้วย
แล้วคุณรู้มั้ยว่า..
ของขวัญวันวาเลนไทน์ที่ คุณเลือกและมอบให้เขาหรือเธอนั้น บอกให้ผู้รับรู้ได้ด้วยว่าคุณเป็นคนแบบไหน ของแต่ละอย่างเป็นสัญลักษณ์ของอะไร บ่งบอกความเป็นคุณอย่างไร
ของขวัญวาเลนไทน์ ตุ๊กตา สัญลักษณ์แห่งความปรารถนาดีและมิตรภาพ
ตุ๊กตา เป็นของขวัญที่คนส่วนใหญ่นิยมมอบให้กัน เพราะเป็นกลางที่สุด เป็นการแสดงให้รู้ว่าคุณชอบให้ของขวัญหรือของฝากกับคนอื่นอยู่เสมอ เป็นคนที่มีความหวานอยู่ในจิตใจ มองโลกในแง่ดี อารมณ์แจ่มใสเสมอ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนรั้น ดื้อเงียบ เอาแต่ใจตัวเอง
ของขวัญวาเลนไทน์ ช่อดอกไม้ สัญลักษณ์ของความรักและความปรารถนาดี
การ ให้ช่อดอกไม้แสดงให้เห็นว่า คุณเป็นคนมีความเป็นตัวของตัวเองสูง โรแมนติกไม่น้อย เป็นคนเจ้าชู้ไม่เบาเลย มีความละเอียดอ่อน นอกจากนี้ยังดื้อเงียบและหยิ่งอีกด้วย
ของขวัญวาเลนไทน์ เครื่องประดับ สัญลักษณ์แห่งความหรูและความสำเร็จ
คุณเป็นคนช่างสังเกต ช่างเลือก ช่างคิด ให้ความสนใจในการวางตัวและสร้างภาพลักษณ์ เป็นคนมีรสนิยมดี รักสวยรักงาม ชอบโดดเด่น
ของขวัญวาเลนไทน์ ของรูปหัวใจ สัญลักษณ์ของความรักและความผูกพัน
ของ ใช้ที่ทำเป็นรูปหัวใจที่เห็นกันบ่อยๆ เช่นเครื่องประดับที่เหมาะกับสาวๆ ส่วนหมอนหรือกล่องดนตรีจะเหมาะกับหนุ่มๆ การให้ของขวัญแบบนี้แสดงว่าคุณเป็นคนโรแมนติกมาก ให้ความสำคัญกับความรัก ความผูกพัน ความห่วงใยในคนอื่น เป็นคนช่างคิด ช่างฝัน
ของขวัญวาเลนไทน์ น้ำหอม สัญลักษณ์แห่งเสน่ห์และความปรารถนา
คุณ เป็นคนมีรสนิยมดี ชอบของสวยๆ งามๆ ค่อนข้างสำอางมีเสน่ห์ ชอบสร้างความประทับใจให้แก่ผู้อื่น เข้ากับคนได้ง่าย แต่มักห่วงภาพลักษณ์ของตัวเองเกินไป
ของขวัญวาเลนไทน์ ช็อกโกแลตหรือคุกกี้ สัญลักษณ์แห่งความรักและมิตรภาพ
คุณ เป็นคนอารมณ์ดี มองโลกแง่ดี ไม่มีพิษภัยกับใคร แม้ดูเป็นคนเรียบๆ ง่ายๆ ชอบความสนุกสนาน แต่คุณก็มีความรับผิดชอบสูง มีน้ำใจ แม้เจ้าชู้ไปบ้างแต่ก็ไม่หลายใจนะ
ของขวัญวาเลนไทน์ ผลิตภัณฑ์อะโรมา สัญลักษณ์ของความหวังและแรงบันดาลใจ
คุณ เป็นคนโรแมนติก ชอบท่องเที่ยว ดูหนัง ฟังเพลง ใส่ใจสุขภาพเป็นพิเศษ ช่างคิด ช่างฝัน ภายนอกเหมือนคนอ่อนโยน แต่จริงๆ กลับเป็นคนดื้อเอาแต่ใจตัวเองเหมือนกัน
ของขวัญวาเลนไทน์ ผลิตภัณฑ์เพื่อดูแลผิว สัญลักษณ์ของความรัก ความปรารถนาดี เสน่ห์และความสุข
คุณเป็นคนเอาใจใส่และเข้าใจคนอื่นโดยเฉพาะคนรักของคุณ เป็นคนโรแมนติก สร้างความประทับใจเก่ง ช่างเลือก ช่างคิด เก่งในด้านการตัดสินใจ
ของขวัญวาเลนไทน์ เสื้อคู่รัก สัญลักษณ์แห่งความรัก ความจริงใจ
คุณ เป็นคนเอาใจใส่กับความรู้สึกของคนรักคุณ เป็นคนที่กล้าแสดงออก รักใครรักจริงและมั่นคง และมนุษย์สัมพันธ์ดี
ประเพณีไทย > วันวาเลนไทน์
เมื่อถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกๆ ปี จะมีหนุ่มสาวหรือคนบางกลุ่มนิยมส่งดอกกุหลาบสีแดง หรือบัตรรูปหัวใจให้แก่กันและกันซึ่งเป็นเครื่องหมายแสดงเจตนารมณ ์ของความรักความเข้าใจต่อกัน วันวาเลนไทน์ ธรรมเนียมฝรั่งเขาส่งบัตรหรือของขวัญเล็กๆน้อยๆ ไปให้แก่คนที่เขารักโดยไม่บอกชื่อผู้ส่ง ซึ่งจะมาจากใครก็ได้
ตามประวัติกล่าวว่า วันนี้เป็นวันมรณภาพของนักบุญในศาสนาคริสต์ท่านหนึ่งชื่อว่า เซนต์วาเลนไทน์ ท่านผู้นี้ถูกพวกโรมันจับลงโทษถึงแก่ความตาย ในสมัยพระเจ้าจักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 ก่อนคริสต์ศักราช 269 ปี เนื่องจากท่านเป็นชาวโรมัน แต่ไปนับถือศาสนาคริสต์ และได้เข้าบวชอยู่ในศาสนานั้น ชื่อว่า วาเลนตินุส (VALENTINUS) ในสมัยนั้น ประชาชนชาวโรมันนับถือศาสนาของชาวโรมันอีกศาสนาหนึ่ง ซึ่งมีพระผู้เป็นเจ้าและเทวดาหลายองค์
มีโบสถ์วิหารสำหรับพิธีบูชามีสมณะและนางชีเช่นเดียวกับศาสนาคริสต์ในสมัยนี้ ในระยะเริ่มแรกที่ศาสนาคริสต์เข้ามาเผยแพร่ในกรุงโรม ทางรัฐบาลกรุงโรมเห็นว่าเป็นลัทธิที่อันตราย ต่อสังคมชาวโรมันเป็นอย่างยิ่ง ผู้ใดนับถือศาสนาคริสต์ก็จะถูกจับตัวไปลงโทษอย่างรุนแรงต่อสาธารณชน เช่น ให้สัตว์ป่ากัดตาย ตรึงไม้กางเขนให้ตายบ้าง หรือเผาทั้งเป็น เป็นต้น พวกที่นับถือศาสนาคริสต์ต้องคอยหลบซ่อนตัวไม่บอกให้ใครรู้ว่าตนเป็นคริสต์ศาสนิกชน และเมื่อถึงเวลาทำพิธีกรรมทางศาสนาของตน จะต้องแอบหนีลงไปทำพิธีในอุโมงค์ที่ใช้บรรจุศพ นอกกรุงโรม นักบุญวาเลนไทน์เป็นผู้กล้าหาญและคอยช่วยเหลือคนที่นับถือศาสนาคริสต์อยู่เสมอมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ถูกทางราชการของกรุงโรมจับไปขังคุกหรือเอาไปทรมาน ในที่สุดท่านเองก็ถูกทางราชการของกรุงโรมจับตัวได้และเอาไปขังคุกไว้
เมื่อนักบุญวาเลนไทน์อยู่ในคุก มีผู้คุมชื่อ อัสเตริอุส (ASTERIUS) เป็นผู้มีจิตใจเมตตาและคอยให้ความช่วยเหลือมิให้เดือดร้อน ผู้คุมมีลูกสาวอยู่คนหนึ่งตาบอดทั้ง 2 ข้าง ระหว่างที่นักบุญวาเลนไทน์ติดคุกอยู่นั้น ลูกสาวผู้คุมก็นำอาหารให้และช่วยติดต่อกับคนนอกคุก ที่นับถือศาสนาศริสต์ให้แก่นักบุญวาเลนไทน์ ขณะที่อยู่ในคุก นักบุญวาเลนไทน์ได้แสดงอภินิหาร ด้วยการทำให้ตาทั้งสองข้างของลูกสาวผู้คุมหายบอด กลับมาเป็นคนตาดี และได้อบรมเกลี้ยกล่อมผู้คุมทั้งลูกสาวให้นับถือศาสนาคริสต์ด้วย หลังจากนักบุญวาเลนไทน์ติดคุกมาเป็นเวลา 1 ปีพระเจ้าจักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 ก็มีคำสั่งให้นักบุญเข้าเฝ้า
เมื่อพระเจ้าจักรพรรดิทอดพระเนตรเห็นนักบุญก็รู้สึกต้องพระทัยในกริยามารยาท ความสำรวมและความมีสง่าราศีของนักบุญ จึงตรัสเกลี้ยกล่อมให้นักบุญเลิกนับถือศาสนาคริตส์เสีย แล้วกลับมานับถือศาสนาของชาวโรมันต่อไปตามเดิม พระองค์จะพระราชทานอภัยโทษให้ แต่นักบุญวาเลนไทน์ก็ปฏิเสธ ไม่ยอมเลิกนับถือศาสนาคริสต์ มิหนำซ้ำกับเริ่มสั่งสอนอบรมพระเจ้าจักรพรรดิให้ทรงเห็นดีเห็นชอบ และทรงนับถือศาสนาคริสต์ พระเจ้าจักรพรรดิกริ้วมาก จึงมีรับสั่งให้นำตัวนักบุญวาเลนไทน์ไปตีด้วยไม้กระบอง แล้วเอาก้อนหินทุ่มจนถึงแก่ความตาย
ผู้ที่ตายเพื่อศาสนาและได้เกลี้ยกล่อมให้คนอื่นหันมายอมรับนับถือศาสนา เป็นผ้ที่ควรได้รับการยกย่อง และยังสามารถทำปาฏิหารย์รักษาให้คนตาบอดเป็นคนตาดีได้รับการยกย่องให้เป็นนักบุญหรือเซนต์ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันที่ศริสต์ศาสนิกชนถือว่า เป็นวันของเซนต์วาเลนไทน์ เพราะว่าเป็นวันที่ท่านถึงแก่มรณภาพ ในสมัยโรมันเมื่อสองพันกว่าปีมาแล้ว วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันตรุษที่เรียกว่า ลูเปอร์คาเลีย(lupercalia) มีความสำคัญมากในทางเพศ ผู้ชายจะวิ่งแก้ผ้าหาคู่เพื่อฉลองตรุษโดยจับฉลากชื่อหญิงสาวแล้วเกี้ยวพาราสีจนได้เป็นภรรยา
ส่วนประเทศอังกฤษไม่ได้มาจากนักบุญ แต่บังเอิญมาตรงกันพอดี คือวันที่ 14 กุมภาพันธ์เป็นวันเริ่มต้นปักษ์ที่ 2 แห่งเดือนที่สองของปี คนยุโรปจึงจับคู่กัน เอาเป็นวันส่งบัตรหรือของขวัญให้คนรักให้คนรัก นิยมในกลุ่มหนุ่มสาว
ตามประวัติกล่าวว่า วันนี้เป็นวันมรณภาพของนักบุญในศาสนาคริสต์ท่านหนึ่งชื่อว่า เซนต์วาเลนไทน์ ท่านผู้นี้ถูกพวกโรมันจับลงโทษถึงแก่ความตาย ในสมัยพระเจ้าจักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 ก่อนคริสต์ศักราช 269 ปี เนื่องจากท่านเป็นชาวโรมัน แต่ไปนับถือศาสนาคริสต์ และได้เข้าบวชอยู่ในศาสนานั้น ชื่อว่า วาเลนตินุส (VALENTINUS) ในสมัยนั้น ประชาชนชาวโรมันนับถือศาสนาของชาวโรมันอีกศาสนาหนึ่ง ซึ่งมีพระผู้เป็นเจ้าและเทวดาหลายองค์
มีโบสถ์วิหารสำหรับพิธีบูชามีสมณะและนางชีเช่นเดียวกับศาสนาคริสต์ในสมัยนี้ ในระยะเริ่มแรกที่ศาสนาคริสต์เข้ามาเผยแพร่ในกรุงโรม ทางรัฐบาลกรุงโรมเห็นว่าเป็นลัทธิที่อันตราย ต่อสังคมชาวโรมันเป็นอย่างยิ่ง ผู้ใดนับถือศาสนาคริสต์ก็จะถูกจับตัวไปลงโทษอย่างรุนแรงต่อสาธารณชน เช่น ให้สัตว์ป่ากัดตาย ตรึงไม้กางเขนให้ตายบ้าง หรือเผาทั้งเป็น เป็นต้น พวกที่นับถือศาสนาคริสต์ต้องคอยหลบซ่อนตัวไม่บอกให้ใครรู้ว่าตนเป็นคริสต์ศาสนิกชน และเมื่อถึงเวลาทำพิธีกรรมทางศาสนาของตน จะต้องแอบหนีลงไปทำพิธีในอุโมงค์ที่ใช้บรรจุศพ นอกกรุงโรม นักบุญวาเลนไทน์เป็นผู้กล้าหาญและคอยช่วยเหลือคนที่นับถือศาสนาคริสต์อยู่เสมอมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ถูกทางราชการของกรุงโรมจับไปขังคุกหรือเอาไปทรมาน ในที่สุดท่านเองก็ถูกทางราชการของกรุงโรมจับตัวได้และเอาไปขังคุกไว้
เมื่อนักบุญวาเลนไทน์อยู่ในคุก มีผู้คุมชื่อ อัสเตริอุส (ASTERIUS) เป็นผู้มีจิตใจเมตตาและคอยให้ความช่วยเหลือมิให้เดือดร้อน ผู้คุมมีลูกสาวอยู่คนหนึ่งตาบอดทั้ง 2 ข้าง ระหว่างที่นักบุญวาเลนไทน์ติดคุกอยู่นั้น ลูกสาวผู้คุมก็นำอาหารให้และช่วยติดต่อกับคนนอกคุก ที่นับถือศาสนาศริสต์ให้แก่นักบุญวาเลนไทน์ ขณะที่อยู่ในคุก นักบุญวาเลนไทน์ได้แสดงอภินิหาร ด้วยการทำให้ตาทั้งสองข้างของลูกสาวผู้คุมหายบอด กลับมาเป็นคนตาดี และได้อบรมเกลี้ยกล่อมผู้คุมทั้งลูกสาวให้นับถือศาสนาคริสต์ด้วย หลังจากนักบุญวาเลนไทน์ติดคุกมาเป็นเวลา 1 ปีพระเจ้าจักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 ก็มีคำสั่งให้นักบุญเข้าเฝ้า
เมื่อพระเจ้าจักรพรรดิทอดพระเนตรเห็นนักบุญก็รู้สึกต้องพระทัยในกริยามารยาท ความสำรวมและความมีสง่าราศีของนักบุญ จึงตรัสเกลี้ยกล่อมให้นักบุญเลิกนับถือศาสนาคริตส์เสีย แล้วกลับมานับถือศาสนาของชาวโรมันต่อไปตามเดิม พระองค์จะพระราชทานอภัยโทษให้ แต่นักบุญวาเลนไทน์ก็ปฏิเสธ ไม่ยอมเลิกนับถือศาสนาคริสต์ มิหนำซ้ำกับเริ่มสั่งสอนอบรมพระเจ้าจักรพรรดิให้ทรงเห็นดีเห็นชอบ และทรงนับถือศาสนาคริสต์ พระเจ้าจักรพรรดิกริ้วมาก จึงมีรับสั่งให้นำตัวนักบุญวาเลนไทน์ไปตีด้วยไม้กระบอง แล้วเอาก้อนหินทุ่มจนถึงแก่ความตาย
ผู้ที่ตายเพื่อศาสนาและได้เกลี้ยกล่อมให้คนอื่นหันมายอมรับนับถือศาสนา เป็นผ้ที่ควรได้รับการยกย่อง และยังสามารถทำปาฏิหารย์รักษาให้คนตาบอดเป็นคนตาดีได้รับการยกย่องให้เป็นนักบุญหรือเซนต์ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันที่ศริสต์ศาสนิกชนถือว่า เป็นวันของเซนต์วาเลนไทน์ เพราะว่าเป็นวันที่ท่านถึงแก่มรณภาพ ในสมัยโรมันเมื่อสองพันกว่าปีมาแล้ว วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันตรุษที่เรียกว่า ลูเปอร์คาเลีย(lupercalia) มีความสำคัญมากในทางเพศ ผู้ชายจะวิ่งแก้ผ้าหาคู่เพื่อฉลองตรุษโดยจับฉลากชื่อหญิงสาวแล้วเกี้ยวพาราสีจนได้เป็นภรรยา
ส่วนประเทศอังกฤษไม่ได้มาจากนักบุญ แต่บังเอิญมาตรงกันพอดี คือวันที่ 14 กุมภาพันธ์เป็นวันเริ่มต้นปักษ์ที่ 2 แห่งเดือนที่สองของปี คนยุโรปจึงจับคู่กัน เอาเป็นวันส่งบัตรหรือของขวัญให้คนรักให้คนรัก นิยมในกลุ่มหนุ่มสาว
วาเลนไทน์ รัก
เมื่อถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกๆ ปี จะมีหนุ่มสาวหรือคนบางกลุ่มนิยมส่งดอกกุหลาบสีแดง หรือบัตรรูปหัวใจให้แก่กันและกันซึ่งเป็นเครื่องหมายแสดงเจตนารมณ์ของความรักความเข้าใจต่อกัน วันวาเลนไทน์ ธรรมเนียมฝรั่งเขาส่งบัตรหรือของขวัญเล็กๆน้อยๆ ไปให้แก่คนที่เขารักโดยไม่บอกชื่อผู้ส่ง ซึ่งจะมาจากใครก็ได้
ตามประวัติกล่าวว่า วันนี้เป็นวันมรณภาพของนักบุญในศาสนาคริสต์ท่านหนึ่งชื่อว่า เซนต์วาเลนไทน์ ท่านผู้นี้ถูกพวกโรมันจับลงโทษถึงแก่ความตายในสมัยพระเจ้าจักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 ก่อนคริสต์ศักราช 269 ปี เนื่องจากท่านเป็นชาวโรมัน แต่ไปนับถือศาสนาคริสต์ และได้เข้าบวชอยู่ในศาสนานั้น ชื่อว่า วาเลนตินุส (VALENTINUS) ในสมัยนั้น ประชาชนชาวโรมันนับถือศาสนาของชาวโรมันอีกศาสนาหนึ่ง ซึ่งมีพระผู้เป็นเจ้าและเทวดาหลายองค์ มีโบสถ์วิหารสำหรับพิธีบูชามีสมณะและนางชีเช่นเดียวกับศาสนาคริสต์ในสมัยนี้ ในระยะเริ่มแรกที่ศาสนาคริสต์เข้ามาเผยแพร่ในกรุงโรม ทางรัฐบาลกรุงโรมเห็นว่าเป็นลัทธิที่อันตรายต่อสังคมชาวโรมันเป็นอย่างยิ่ง ผู้ใดนับถือศาสนาคริสต์ก็จะถูกจับตัวไปลงโทษอย่างรุนแรงต่อสาธารณชน เช่น ให้สัตว์ป่ากัดตาย ตรึงไม้กางเขนให้ตายบ้าง หรือเผาทั้งเป็น เป็นต้น พวกที่นับถือศาสนาคริสต์ต้องคอยหลบซ่อนตัวไม่บอกให้ใครรู้ว่าตนเป็นคริสต์ศาสนิกชน และเมื่อถึงเวลาทำพิธีกรรมทางศาสนาของตน จะต้องแอบหนีลงไปทำพิธีในอุโมงค์ที่ใช้บรรจุศพ นอกกรุงโรม นักบุญวาเลนไทน์เป็นผู้กล้าหาญและคอยช่วยเหลือคนที่นับถือศาสนาคริสต์อยู่เสมอมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ถูกทางราชการของกรุงโรมจับไปขังคุกหรือเอาไปทรมาน ในที่สุดท่านเองก็ถูกทางราชการของกรุงโรมจับตัวได้และเอาไปขังคุกไว้
เมื่อนักบุญวาเลนไทน์อยู่ในคุก มีผู้คุมชื่อ อัสเตริอุส (ASTERIUS) เป็นผู้มีจิตใจเมตตาและคอยให้ความช่วยเหลือมิให้เดือดร้อน ผู้คุมมีลูกสาวอยู่คนหนึ่งตาบอดทั้ง 2 ข้าง ระหว่างที่นักบุญวาเลนไทน์ติดคุกอยู่นั้น ลูกสาวผู้คุมก็นำอาหารให้และช่วยติดต่อกับคนนอกคุก ที่นับถือศาสนาศริสต์ให้แก่นักบุญวาเลนไทน์ ขณะที่อยู่ในคุก นักบุญวาเลนไทน์ได้แสดงอภินิหาร ด้วยการทำให้ตาทั้งสองข้างของลูกสาวผู้คุมหายบอด กลับมาเป็นคนตาดี และได้อบรมเกลี้ยกล่อมผู้คุมทั้งลูกสาวให้นับถือศาสนาคริสต์ด้วย หลังจากนักบุญวาเลนไทน์ติดคุกมาเป็นเวลา 1 ปี พระเจ้าจักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 ก็มีคำสั่งให้นักบุญเข้าเฝ้า เมื่อพระเจ้าจักรพรรดิทอดพระเนตรเห็นนักบุญก็รู้สึกต้องพระทัยในกริยามารยาท ความสำรวมและความมีสง่าราศีของนักบุญ จึงตรัสเกลี้ยกล่อมให้นักบุญเลิกนับถือศาสนาคริตส์เสีย แล้วกลับมานับถือศาสนาของชาวโรมันต่อไปตามเดิม พระองค์จะพระราชทานอภัยโทษให้ แต่นักบุญวาเลนไทน์ก็ปฏิเสธ ไม่ยอมเลิกนับถือศาสนาคริสต์ มิหนำซ้ำกับเริ่มสั่งสอนอบรมพระเจ้าจักรพรรดิให้ทรงเห็นดีเห็นชอบ และทรงนับถือศาสนาคริสต์ พระเจ้าจักรพรรดิกริ้วมาก จึงมีรับสั่งให้นำตัวนักบุญวาเลนไทน์ไปตีด้วยไม้กระบอง แล้วเอาก้อนหินทุ่มจนถึงแก่ความตาย
ผู้ที่ตายเพื่อศาสนาและได้เกลี้ยกล่อมให้คนอื่นหันมายอมรับนับถือศาสนา เป็นผ้ที่ควรได้รับการยกย่อง และยังสามารถทำปาฏิหารย์รักษาให้คนตาบอดเป็นคนตาดีได้รับการยกย่องให้เป็นนักบุญหรือเซนต์ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันที่ศริสต์ศาสนิกชนถือว่า เป็นวันของเซนต์วาเลนไทน์ เพราะว่าเป็นวันที่ท่านถึงแก่มรณภาพ ในสมัยโรมันเมื่อสองพันกว่าปีมาแล้ว วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันตรุษที่เรียกว่า ลูเปอร์คาเลีย(lupercalia) มีความสำคัญมากในทางเพศ ผู้ชายจะวิ่งแก้ผ้าหาคู่เพื่อฉลองตรุษโดยจับฉลากชื่อหญิงสาวแล้วเกี้ยวพาราสีจนได้เป็นภรรยา
ส่วนประเทศอังกฤษไม่ได้มาจากนักบุญ แต่บังเอิญมาตรงกันพอดี คือ วันที่ 14 กุมภาพันธ์เป็นวันเริ่มต้นปักษ์ที่ 2 แห่งเดือนที่สองของปี คนยุโรปจึงจับคู่กัน เอาเป็นวันส่งบัตรหรือของขวัญให้คนรักให้คนรัก นิยมในกลุ่มหนุ่มสาว ( จาก ข้าวไกลนา ของม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช )
ของขวัญแทนใจวันแห่งความรัก
คู่รัก : วันแห่งความสุข
ถ่ายภาพโดย : รจนา ดีภา เมื่อ : 17 พฤศจิกายน 2551
ดอกไม้ ให้ความหมายของการบอกรักได้ดีที่สุด อันดับแรกคือ กุหลาบแดง หมายถึง การบอกว่าฉันรักเธอ ซึ่งหนุ่มสาวมักจะให้กัน กุหลาบขาว หมายถึง ความรักที่บริสุทธิ์งดงามและไร้เดียงสา กุหลาบชมพู หมายถึง ความรักที่อ่อนโยน นุ่มนวล และงดงาม กุหลาบส้ม หมายถึง ความรัก ความปรารถนา และความคลั่งไคลหลงใหล กุหลาบสีลาเวนเดอร์ หมายถึง รักแรกพบที่ตรึงตาตรึงใจถึงขนาด เพ้อฝัน ส่วนกุหลาบสีเหลือง หมายถึง ความห่วงใยให้กัน และ แทนมิตรภาพระหว่างเพื่อนอีกด้วย สำหรับดอกไม้อื่นๆ ที่นิยม ให้กัน ได้แก่ ดอกลิลลี่สีขาว หมายถึงคุณเป็นคนที่โรแมนติค และอ่อนหวาน ดอกคาร์เนชั่นสีแดง หมายถึง ความรักอย่าง สุดซึ้ง
ตามประวัติกล่าวว่า วันนี้เป็นวันมรณภาพของนักบุญในศาสนาคริสต์ท่านหนึ่งชื่อว่า เซนต์วาเลนไทน์ ท่านผู้นี้ถูกพวกโรมันจับลงโทษถึงแก่ความตายในสมัยพระเจ้าจักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 ก่อนคริสต์ศักราช 269 ปี เนื่องจากท่านเป็นชาวโรมัน แต่ไปนับถือศาสนาคริสต์ และได้เข้าบวชอยู่ในศาสนานั้น ชื่อว่า วาเลนตินุส (VALENTINUS) ในสมัยนั้น ประชาชนชาวโรมันนับถือศาสนาของชาวโรมันอีกศาสนาหนึ่ง ซึ่งมีพระผู้เป็นเจ้าและเทวดาหลายองค์ มีโบสถ์วิหารสำหรับพิธีบูชามีสมณะและนางชีเช่นเดียวกับศาสนาคริสต์ในสมัยนี้ ในระยะเริ่มแรกที่ศาสนาคริสต์เข้ามาเผยแพร่ในกรุงโรม ทางรัฐบาลกรุงโรมเห็นว่าเป็นลัทธิที่อันตรายต่อสังคมชาวโรมันเป็นอย่างยิ่ง ผู้ใดนับถือศาสนาคริสต์ก็จะถูกจับตัวไปลงโทษอย่างรุนแรงต่อสาธารณชน เช่น ให้สัตว์ป่ากัดตาย ตรึงไม้กางเขนให้ตายบ้าง หรือเผาทั้งเป็น เป็นต้น พวกที่นับถือศาสนาคริสต์ต้องคอยหลบซ่อนตัวไม่บอกให้ใครรู้ว่าตนเป็นคริสต์ศาสนิกชน และเมื่อถึงเวลาทำพิธีกรรมทางศาสนาของตน จะต้องแอบหนีลงไปทำพิธีในอุโมงค์ที่ใช้บรรจุศพ นอกกรุงโรม นักบุญวาเลนไทน์เป็นผู้กล้าหาญและคอยช่วยเหลือคนที่นับถือศาสนาคริสต์อยู่เสมอมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ถูกทางราชการของกรุงโรมจับไปขังคุกหรือเอาไปทรมาน ในที่สุดท่านเองก็ถูกทางราชการของกรุงโรมจับตัวได้และเอาไปขังคุกไว้
เมื่อนักบุญวาเลนไทน์อยู่ในคุก มีผู้คุมชื่อ อัสเตริอุส (ASTERIUS) เป็นผู้มีจิตใจเมตตาและคอยให้ความช่วยเหลือมิให้เดือดร้อน ผู้คุมมีลูกสาวอยู่คนหนึ่งตาบอดทั้ง 2 ข้าง ระหว่างที่นักบุญวาเลนไทน์ติดคุกอยู่นั้น ลูกสาวผู้คุมก็นำอาหารให้และช่วยติดต่อกับคนนอกคุก ที่นับถือศาสนาศริสต์ให้แก่นักบุญวาเลนไทน์ ขณะที่อยู่ในคุก นักบุญวาเลนไทน์ได้แสดงอภินิหาร ด้วยการทำให้ตาทั้งสองข้างของลูกสาวผู้คุมหายบอด กลับมาเป็นคนตาดี และได้อบรมเกลี้ยกล่อมผู้คุมทั้งลูกสาวให้นับถือศาสนาคริสต์ด้วย หลังจากนักบุญวาเลนไทน์ติดคุกมาเป็นเวลา 1 ปี พระเจ้าจักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 ก็มีคำสั่งให้นักบุญเข้าเฝ้า เมื่อพระเจ้าจักรพรรดิทอดพระเนตรเห็นนักบุญก็รู้สึกต้องพระทัยในกริยามารยาท ความสำรวมและความมีสง่าราศีของนักบุญ จึงตรัสเกลี้ยกล่อมให้นักบุญเลิกนับถือศาสนาคริตส์เสีย แล้วกลับมานับถือศาสนาของชาวโรมันต่อไปตามเดิม พระองค์จะพระราชทานอภัยโทษให้ แต่นักบุญวาเลนไทน์ก็ปฏิเสธ ไม่ยอมเลิกนับถือศาสนาคริสต์ มิหนำซ้ำกับเริ่มสั่งสอนอบรมพระเจ้าจักรพรรดิให้ทรงเห็นดีเห็นชอบ และทรงนับถือศาสนาคริสต์ พระเจ้าจักรพรรดิกริ้วมาก จึงมีรับสั่งให้นำตัวนักบุญวาเลนไทน์ไปตีด้วยไม้กระบอง แล้วเอาก้อนหินทุ่มจนถึงแก่ความตาย
ผู้ที่ตายเพื่อศาสนาและได้เกลี้ยกล่อมให้คนอื่นหันมายอมรับนับถือศาสนา เป็นผ้ที่ควรได้รับการยกย่อง และยังสามารถทำปาฏิหารย์รักษาให้คนตาบอดเป็นคนตาดีได้รับการยกย่องให้เป็นนักบุญหรือเซนต์ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันที่ศริสต์ศาสนิกชนถือว่า เป็นวันของเซนต์วาเลนไทน์ เพราะว่าเป็นวันที่ท่านถึงแก่มรณภาพ ในสมัยโรมันเมื่อสองพันกว่าปีมาแล้ว วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันตรุษที่เรียกว่า ลูเปอร์คาเลีย(lupercalia) มีความสำคัญมากในทางเพศ ผู้ชายจะวิ่งแก้ผ้าหาคู่เพื่อฉลองตรุษโดยจับฉลากชื่อหญิงสาวแล้วเกี้ยวพาราสีจนได้เป็นภรรยา
ส่วนประเทศอังกฤษไม่ได้มาจากนักบุญ แต่บังเอิญมาตรงกันพอดี คือ วันที่ 14 กุมภาพันธ์เป็นวันเริ่มต้นปักษ์ที่ 2 แห่งเดือนที่สองของปี คนยุโรปจึงจับคู่กัน เอาเป็นวันส่งบัตรหรือของขวัญให้คนรักให้คนรัก นิยมในกลุ่มหนุ่มสาว ( จาก ข้าวไกลนา ของม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช )
ของขวัญแทนใจวันแห่งความรัก
คู่รัก : วันแห่งความสุข
ถ่ายภาพโดย : รจนา ดีภา เมื่อ : 17 พฤศจิกายน 2551
ดอกไม้ ให้ความหมายของการบอกรักได้ดีที่สุด อันดับแรกคือ กุหลาบแดง หมายถึง การบอกว่าฉันรักเธอ ซึ่งหนุ่มสาวมักจะให้กัน กุหลาบขาว หมายถึง ความรักที่บริสุทธิ์งดงามและไร้เดียงสา กุหลาบชมพู หมายถึง ความรักที่อ่อนโยน นุ่มนวล และงดงาม กุหลาบส้ม หมายถึง ความรัก ความปรารถนา และความคลั่งไคลหลงใหล กุหลาบสีลาเวนเดอร์ หมายถึง รักแรกพบที่ตรึงตาตรึงใจถึงขนาด เพ้อฝัน ส่วนกุหลาบสีเหลือง หมายถึง ความห่วงใยให้กัน และ แทนมิตรภาพระหว่างเพื่อนอีกด้วย สำหรับดอกไม้อื่นๆ ที่นิยม ให้กัน ได้แก่ ดอกลิลลี่สีขาว หมายถึงคุณเป็นคนที่โรแมนติค และอ่อนหวาน ดอกคาร์เนชั่นสีแดง หมายถึง ความรักอย่าง สุดซึ้ง
กุหลาบแดงใจช้ำ
กุหลาบแดงแจ้งเป็นสื่อคือความรัก
กุหลาบปักลงกลางใจให้คิดหวน
กุหลาบแดงกลิ่นหอมนานพานรัญจวน
กุหลาบชวนใจให้ช้ำระกำทรวง
วาเลนไทน์ปีที่แล้วกุหลาบสวย
รักปลูกด้วยกุหลาบใจที่ห่วงหวง
วันคืนผ่านรักคงมั่นฝันลมลวง
สิ้นปีล่วงเลยผ่านพ้นจนรักลา
กลีบกุหลาบกระจายหล่นใจแทบขาด
กลีบกุหลาบบาดหัวใจยากรักษา
หนามแหลมคมคอยทิ่มตำกรำน้ำตา
ไหลหลั่งมาอาบสองแก้มแทบวางวาย
กุหลาบแดงแจ้งประจักษ์รักขมขื่น
ทุกวันคืนวาเลนไทน์ขอห่างหาย
ขอหลบมุมอยู่อย่างคนที่เดียวดาย
สิ้นสลายวาเลนไทน์ให้วายปราณ
เปรียบกุหลาบแรกแย้มรักสดสวย
พอเริ่มโรยเปรียบดั่งรักเริ่มหมดหวาน
พอร่วงหล่นรักหลุดลอยคอยจนนาน
อันตธานดอกโศกครองจองใจแทน........
กุหลาบแดงแจ้งเป็นสื่อคือความรัก
กุหลาบปักลงกลางใจให้คิดหวน
กุหลาบแดงกลิ่นหอมนานพานรัญจวน
กุหลาบชวนใจให้ช้ำระกำทรวง
วาเลนไทน์ปีที่แล้วกุหลาบสวย
รักปลูกด้วยกุหลาบใจที่ห่วงหวง
วันคืนผ่านรักคงมั่นฝันลมลวง
สิ้นปีล่วงเลยผ่านพ้นจนรักลา
กลีบกุหลาบกระจายหล่นใจแทบขาด
กลีบกุหลาบบาดหัวใจยากรักษา
หนามแหลมคมคอยทิ่มตำกรำน้ำตา
ไหลหลั่งมาอาบสองแก้มแทบวางวาย
กุหลาบแดงแจ้งประจักษ์รักขมขื่น
ทุกวันคืนวาเลนไทน์ขอห่างหาย
ขอหลบมุมอยู่อย่างคนที่เดียวดาย
สิ้นสลายวาเลนไทน์ให้วายปราณ
เปรียบกุหลาบแรกแย้มรักสดสวย
พอเริ่มโรยเปรียบดั่งรักเริ่มหมดหวาน
พอร่วงหล่นรักหลุดลอยคอยจนนาน
อันตธานดอกโศกครองจองใจแทน........
ร ถ ไ ฟ ฟ้ า . . . ม า ห า แ ล้ ว น ะ เ ธ อ
วางโทรศัพท์ลง...
รอยยิ้มยังคงเปื้อนบนใบหน้า
ตา เป็นประกาย...หัวใจเต้นดังออกมา
...แต่จำไม่ได้...ตอบเธอไปว่า...ยัง ไง...
..................................................................
"พร้อม แล้วหรือยัง
ที่จะเดินทางร่วมกัน...เติมวันสดใส"
คำถามง่ายๆ...ที่ฉัน จำไม่ได้ว่าตอบอะไรออกไป
เธอรู้คำตอบอยู่แล้วใช่ไหม...ตลอดมา
"พร้อม เสมอ"
คำตอบที่อยากบอกเธอ...ตั้งแต่วันที่เราพบหน้า
เธอเป็นคนเดียว ...ในส่วนเติมเต็มของวันเวลา
ในช่องว่างที่ตามหา...จะเป็นใครไม่ได้นอก จากเธอ
..................................................................
บน ถนนสายนั้น
ครั้งแรกที่เราเดินทางไปด้วยกัน...จำได้ใช่ไหม
ฉันเชื่อ มั่น เธอมั่นใจ
จะถึงจุดหมายอย่างปลอดภัยไปด้วยกัน
....................................................................
ใคร หลายคนห่วงใย
ความรักทางไกล...อาจเป็นไปแค่ฝุ่นฝัน
ณ เวลานี้ เราได้พิสูจน์หัวใจของกันและกัน
ระยะทางไม่เคยบั่นทอนความเชื่อมั่นที่ เรามี
..................................................................
ขอบคุณที่ให้ฉันสัมผัสถึงความรัก
ขอบคุณที่แน่นหนัก...ไม่เคยเดินหนี
ขอบคุณทุกวันที่มีเธออยู่...ในทุกวินาที
ขอบคุณนะคะคนดี...
"ขอให้เรา อยู่เคียงข้างกันแบบนี้ตลอดไป"
วางโทรศัพท์ลง...
รอยยิ้มยังคงเปื้อนบนใบหน้า
ตา เป็นประกาย...หัวใจเต้นดังออกมา
...แต่จำไม่ได้...ตอบเธอไปว่า...ยัง ไง...
..................................................................
"พร้อม แล้วหรือยัง
ที่จะเดินทางร่วมกัน...เติมวันสดใส"
คำถามง่ายๆ...ที่ฉัน จำไม่ได้ว่าตอบอะไรออกไป
เธอรู้คำตอบอยู่แล้วใช่ไหม...ตลอดมา
"พร้อม เสมอ"
คำตอบที่อยากบอกเธอ...ตั้งแต่วันที่เราพบหน้า
เธอเป็นคนเดียว ...ในส่วนเติมเต็มของวันเวลา
ในช่องว่างที่ตามหา...จะเป็นใครไม่ได้นอก จากเธอ
..................................................................
บน ถนนสายนั้น
ครั้งแรกที่เราเดินทางไปด้วยกัน...จำได้ใช่ไหม
ฉันเชื่อ มั่น เธอมั่นใจ
จะถึงจุดหมายอย่างปลอดภัยไปด้วยกัน
....................................................................
ใคร หลายคนห่วงใย
ความรักทางไกล...อาจเป็นไปแค่ฝุ่นฝัน
ณ เวลานี้ เราได้พิสูจน์หัวใจของกันและกัน
ระยะทางไม่เคยบั่นทอนความเชื่อมั่นที่ เรามี
..................................................................
ขอบคุณที่ให้ฉันสัมผัสถึงความรัก
ขอบคุณที่แน่นหนัก...ไม่เคยเดินหนี
ขอบคุณทุกวันที่มีเธออยู่...ในทุกวินาที
ขอบคุณนะคะคนดี...
"ขอให้เรา อยู่เคียงข้างกันแบบนี้ตลอดไป"
กลอนวันวาเลนไทน์
..คนของเธอ..
ไม่ต้องบอกอะไรที่ใจเจ็บ
ไม่ต้องเก็บ อะไรซ่อนให้หา
ไม่ต้องกลัวอะไรที่ผ่านมา
ไม่ต้องหวั่นแม้ว่าสิ่งน่า กลัว
ไม่ต้องบอกสิ่งฝันเคยผันผ่าน
ไม่ต้องบอกเคยหวานสะท้านทั่ว
ไม่ ต้องบอกใครทำช้ำหมดตัว
ไม่ต้องบอกใครชั่วทำร้ายเธอ
แค่เธอรู้ยัง มีฉันนี้อยู่
ยืนเคียงคู่สร้างฝันทุกวันเสมอ
ไม่ว่าฝันรวดร้าวที่เธอ เจอ
สิ่งพลาดเผลอยังมีฉันนี้เคียง
เพราะฉันพร้อมจะอยู่ดูแลเธอ
แม้น ต้องเจออะไรร้อยร้ายเสี่ยง
ทำเพื่อเธอคนเดียวแค่ขอเพียง
ได้ยินเสียง เธอบอกว่ารักฉัน!
บท ส่งใจ
"ไม่ว่าเธอจะเคยเป็นใคร
จะผ่านอะไรมา
ขอจงอย่าเป็นกังวล
นี่คือคนของเธอ
เป็นคนที่รักเธอ ..ตลอดไป "
..คนของเธอ..
ไม่ต้องบอกอะไรที่ใจเจ็บ
ไม่ต้องเก็บ อะไรซ่อนให้หา
ไม่ต้องกลัวอะไรที่ผ่านมา
ไม่ต้องหวั่นแม้ว่าสิ่งน่า กลัว
ไม่ต้องบอกสิ่งฝันเคยผันผ่าน
ไม่ต้องบอกเคยหวานสะท้านทั่ว
ไม่ ต้องบอกใครทำช้ำหมดตัว
ไม่ต้องบอกใครชั่วทำร้ายเธอ
แค่เธอรู้ยัง มีฉันนี้อยู่
ยืนเคียงคู่สร้างฝันทุกวันเสมอ
ไม่ว่าฝันรวดร้าวที่เธอ เจอ
สิ่งพลาดเผลอยังมีฉันนี้เคียง
เพราะฉันพร้อมจะอยู่ดูแลเธอ
แม้น ต้องเจออะไรร้อยร้ายเสี่ยง
ทำเพื่อเธอคนเดียวแค่ขอเพียง
ได้ยินเสียง เธอบอกว่ารักฉัน!
บท ส่งใจ
"ไม่ว่าเธอจะเคยเป็นใคร
จะผ่านอะไรมา
ขอจงอย่าเป็นกังวล
นี่คือคนของเธอ
เป็นคนที่รักเธอ ..ตลอดไป "
ประวัติความเป็นมาของ วันวาเลนไทน์
ประวัติความเป็นมาของ วันวาเลนไทน์
ทุก ๆ ปีเมื่อถึงเดือนกุมภาพันธ์ ดอกกุหลาบสีแดง การ์ดอวยพร ของขวัญ และช็อกโกแลต จะถูกส่งอวยพรถึงกันและกัน ระหว่างคนที่มีความรักต่อกัน ไม่ใช่เพียงแต่คนหนุ่มสาว แต่ยังรวมถึงคนในครอบครัว หรือมิตรสหาย เพราะในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งนับเอาวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น วันแห่งความรัก หรือ วันวาเลนไทน์
ชื่อของ วาเลนไทน์ เข้ามาเกี่ยวข้องกับ วันแห่งความรัก นี้ได้อย่างไร ? และทำไมเดือนกุมภาพันธ์ จึง เป็นเดือนแห่งความรัก ?
ประวัติดั้งเดิมของ วันวาเลนไทน์ ซึ่งเป็น วันแห่งความรัก เกี่ยวพันทั้งกับประเพณีของชาวคริสเตียน และประเพณีดั้งเดิมของชาวโรมัน ที่สืบทอดกันมาเป็นเวลายาวนาน ตามความรับรู้ของชาวคริสต์ วันวาเลนไทน์ มีเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับนักบุญที่ชื่อ วาเลนไทน์ หรือ วาเลนตินัส อย่างน้อย 3 คน ซึ่งทุกคนเสียสละเพื่อเพื่อนมนุษย์ทั้งสิ้น
ตำนานหนึ่งเล่าว่า วาเลนไทน์ เป็นนักบวชที่มีชีวิตอยู่ในกรุงโรม ในช่วงศตวรรษที่ 3 ของปีคริสตศักราช ในช่วงที่จักรพรรดิ คลอดิอุส 2 ปกครองกรุงโรม พระองค์เห็นว่า ผู้ชายที่เป็นโสด จะทำหน้าที่ทหารได้ดีกว่าชายที่มีภรรยาและครอบครัว พระองค์จึงทรงออกกฎหมายห้ามมิให้ผู้ชายในวัยหนุ่มแต่งงาน เพื่อที่จะกะเกณฑ์ชายหนุ่มที่ยังไม่แต่งงานเหล่านี้มาเป็นทหาร นักบวช วาเลนไทน์ ไม่เห็นด้วยกับจักรพรรดิ คลอดิอุส และเห็นว่าเป็นกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม จึงยังคงลักลอบทำพิธีแต่งงานให้กับคนหนุ่มสาวที่มีความรักต่อไป เมื่อการกระทำของ นักบวชวาเลนไทน์ ล่วงรู้ถึงหูของจักรพรรดิ คลอดิอุส พระองค์จึงสั่งให้จับกุมและให้ประหาร นักบวชวาเลนไทน์ เสีย
อีกตำนานหนึ่งเล่าว่า นักบวชวาเลนไทน์ ถูกประหารเพราะพยายามที่จะช่วยเหลือชาวคริสเตียนให้หนีออกจากคุกของพวกโรมัน ซึ่งเวลานั้น ผู้ที่เป็นคริสเตียนจะมีความผิด ต้องถูกนำไปคุมขัง และทรมานด้วยการเฆี่ยนตี
ตำนานที่สามเล่ากันว่า นักบวช วาเลนไทน์ คือผู้ที่ส่ง บัตร “ วาเลนไทน์ ” เป็นคนแรก ในขณะที่นักบวช วาเลนไทน์ ถูกจำคุกอยู่นั้น เขาตกหลุมรักกับหญิงสาวคนหนึ่ง นางเป็นลูกสาวของผู้คุมที่คุกแห่งนั้น ซึ่งนางเข้าไปเยี่ยมในระหว่างที่นักบวชผู้นี้กำลังนอนป่วย ก่อนที่จะถูกประหาร เขาได้เขียนจดหมายฉบับหนึ่งถึงนาง และลงท้ายจดหมายว่า “ จาก วาเลนไทน์ ของเธอ ” ซึ่งเป็นวลีที่ยังใช้กันมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าความจริงเกี่ยวกับนักบวช วาเลนไทน์ จะเป็นตำนานที่ค่อนข้างสับสน แต่ทุกตำนานก็เป็นเรื่องของความเห็นอกเห็นใจในเพื่อนมนุษย์ ความกล้าหาญ และที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของ ความรัก จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ในยุคกลางของยุโรป(ประมาณศตวรรษที่ 5 ถึงศตวรรษที่ 16 ของปีคริสตศักราช) นักบุญ วาเลนไทน์ จะเป็นหนึ่งในนักบุญที่ได้รับความศรัทธามากที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในอังกฤษและฝรั่งเศส
ขณะที่บางคนเชื่อว่า วันวาเลนไทน์ คือวันรำลึกถึงการเสียชีวิต หรือวันทำพิธีฝังศพของนักบุญ วาเลนไทน์ ในกลางเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งอาจจะเริ่มมาตั้งแต่ประมาณปีคริสตศักราช 270 ในบางความเชื่อกล่าวว่า พิธีแสดงความรักต่อนักบุญ วาเลนไทน์ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นประเพณีที่เพื่อแสดงความเป็น คริสเตียน ของนักบวชในศาสนาคริสต์ เพื่อที่จะมาทดแทนเทศกาล ลูเปอร์คาเลีย (Lupercalia) ของชาวโรมันในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่แสดงความรักต่อเทพเจ้าฟอนนัสของชาวโรมัน ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งเกษตรกรรม และเทพเจ้ารอมมิวนัส และเทพเจ้าเรมัส เทพเจ้าผู้สร้างกรุงโรม
พิธีเริ่มต้นโดยพวกสมาชิกของ ลูเปอร์ซิ และนักบวชโรมัน ไปชุมนุมกันที่ถ้ำอันศักดิ์ของพวกเขา ซึ่งเป็นที่กำเนิดของเทพเจ้า รอมมิวนัส และ เรมัส ที่เชื่อกันว่าเป็นผู้สร้างกรุงโรม และเติบโตขึ้นจากการเลี้ยงดูและดื่มนมจากหมาป่า หรือ ลูปา พวกนักบวชโรมันจะทำการฆ่าแพะบูชายัญเพื่อความอุดมสมบูรณ์ และฆ่าสุนัขบูชายัญเพื่อความบริสุทธิ์
จากนั้นเด็กหนุ่ม ๆ จะทำการแล่หนังของแพะออกเป็นชิ้นยาว ๆ นำไปจุ่มในเลือดศักดิ์สิทธิ์ ถือไปตามถนน นำไปแตะที่ตัวผู้หญิง และถือไปตามท้องไร่ท้องนาต่าง ๆ ผู้หญิงโรมันจะเต็มใจให้นำเอาหนังแกะสดที่ชุ่มไปด้วยเลือดมาแตะตามตัว เพราะเชื่อว่าจะนำเอาความอุดมสมบูรณ์มาสู่กรุงโรม จากนั้นในรุ่งขึ้นอีกวัน หญิงสาวชาวเมืองจะพากันเอาชื่อของนางใส่ลงในหม้อขนาดใหญ่ เพื่อให้ชายโสดทั้งหลายมาเลือกชื่อพวกนางจากหม้อใบนี้ และก็เป็นคู่กันไปตลอดทั้งปี ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะลงเอยด้วยการแต่งงานกัน สันตะปาปา เกลาเซียส ได้ประกาศเอาวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันนักบุญวาเลนไทน์ เมื่อประมาณปีคริสตศักราช 498 การเลือกคู่แบบโรมัน กลายเป็นสิ่งที่ “ ไม่ใช่คริสเตียน ” และผิดกฎ ต่อมาในสมัยยุคกลางของยุโรป ได้กลายเป็นความเชื่อของคนในอังกฤษและฝรั่งเศสว่า 14 กุมภาพันธ์ เป็นการเริ่มต้นฤดูผสมพันธุ์ของ “ นก ” แล้วก็กลายเป็น วันวาเลนไทน์ ซึ่งเป็น วันแห่งความรัก
เรื่องราวของ วาเลนไทน์ ที่เก่าแก่ที่สุดซึ่งยังมีหลักฐานหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน คือบทกวีที่เขียนโดย ชาร์ลส ขุนนาง แห่ง ออร์ลีนส์ ซึ่งเขียนให้กับภรรยาของเขาขณะถูกคุมขังในหอคอยกรุงลอนดอน เนื่องจากถูกจับกุมในระหว่างสงคราม อะจินคอร์ต บทกวีชิ้นนี้เขียนขึ้นเมื่อปีคริสตศักราช 1415 ถูกเก็บไว้ในห้องสมุด บริติช แห่งกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และหลายปีต่อมา เชื่อกันว่า พระเจ้าเฮนรี่ที่ 5 ได้จ้างวานให้กวีที่ชื่อ จอห์น ไลด์เกต ประพันธ์บทกวี วาเลนไทน์ ให้กับ แคทเธอรีน แห่ง วาโลอิส ในอังกฤษ เทศกาล วันวาเลนไทน์ ได้รับความนิยม มาตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 17 ของปีคริสตศักราช
คิวปิด หรือ กามเทพ ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความรักของชาวโรมัน ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ อันหนึ่งของ วันวาเลนไทน์ เนื่องจาก คิวปิด เป็นบุตรของเทพธิดา วีนัส ซึ่งเป็นเทพธิดาแห่งความรัก และความงามของชาวโรมัน และมักจะปรากฏอยู่บน บัตรอวยพร วันวาเลนไทน์ อยู่เสมอ
กลางศตวรรษที่ 18 เป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับผู้ที่เป็นคนรักกัน หรือ แม้แต่มิตรสหาย ทุกชั้นชน ที่จะแลกเปลี่ยนของขวัญชิ้นเล็ก ๆ หรือส่งจดหมายถึงกัน
จนถึงยุคปัจจุบัน ก็ได้กลายเป็นการส่งบัตรอวยพร การซื้อของขวัญ และการมอบขนมและช็อกโกแลต ให้แก่กัน และจนถึงวันนี้การส่งอีเมล์ และ เอสเอ็มเอส เพื่ออวยพรเนื่องใน วันวาเลนไทน์ ก็อาจจะเป็นสื่อที่ได้รับความนิยมสูงสุดอีกสื่อหนึ่ง
สถิติของยุโรปและอเมริกา พบว่า ประมาณร้อยละ 85 ของผู้ที่ใช้จ่ายเพื่อ วันวาเลนไทน์ จะเป็นสตรี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นค่าใช้จ่ายในเรื่องของ บัตรอวยพร ซึ่งก็ไม่ได้จำกัดว่าจะเป็นการอวยพรเฉพาะคู่รักเท่านั้น เพราะในวันวาเลนไทน์นี้จะสามารถแสดงออกความรักต่อใครก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นในครอบครัว เพื่อนฝูง หรือแม้กระทั่งเพื่อนร่วมงาน
ประวัติความเป็นมาของ วันวาเลนไทน์
ทุก ๆ ปีเมื่อถึงเดือนกุมภาพันธ์ ดอกกุหลาบสีแดง การ์ดอวยพร ของขวัญ และช็อกโกแลต จะถูกส่งอวยพรถึงกันและกัน ระหว่างคนที่มีความรักต่อกัน ไม่ใช่เพียงแต่คนหนุ่มสาว แต่ยังรวมถึงคนในครอบครัว หรือมิตรสหาย เพราะในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งนับเอาวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น วันแห่งความรัก หรือ วันวาเลนไทน์
ชื่อของ วาเลนไทน์ เข้ามาเกี่ยวข้องกับ วันแห่งความรัก นี้ได้อย่างไร ? และทำไมเดือนกุมภาพันธ์ จึง เป็นเดือนแห่งความรัก ?
ประวัติดั้งเดิมของ วันวาเลนไทน์ ซึ่งเป็น วันแห่งความรัก เกี่ยวพันทั้งกับประเพณีของชาวคริสเตียน และประเพณีดั้งเดิมของชาวโรมัน ที่สืบทอดกันมาเป็นเวลายาวนาน ตามความรับรู้ของชาวคริสต์ วันวาเลนไทน์ มีเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับนักบุญที่ชื่อ วาเลนไทน์ หรือ วาเลนตินัส อย่างน้อย 3 คน ซึ่งทุกคนเสียสละเพื่อเพื่อนมนุษย์ทั้งสิ้น
ตำนานหนึ่งเล่าว่า วาเลนไทน์ เป็นนักบวชที่มีชีวิตอยู่ในกรุงโรม ในช่วงศตวรรษที่ 3 ของปีคริสตศักราช ในช่วงที่จักรพรรดิ คลอดิอุส 2 ปกครองกรุงโรม พระองค์เห็นว่า ผู้ชายที่เป็นโสด จะทำหน้าที่ทหารได้ดีกว่าชายที่มีภรรยาและครอบครัว พระองค์จึงทรงออกกฎหมายห้ามมิให้ผู้ชายในวัยหนุ่มแต่งงาน เพื่อที่จะกะเกณฑ์ชายหนุ่มที่ยังไม่แต่งงานเหล่านี้มาเป็นทหาร นักบวช วาเลนไทน์ ไม่เห็นด้วยกับจักรพรรดิ คลอดิอุส และเห็นว่าเป็นกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม จึงยังคงลักลอบทำพิธีแต่งงานให้กับคนหนุ่มสาวที่มีความรักต่อไป เมื่อการกระทำของ นักบวชวาเลนไทน์ ล่วงรู้ถึงหูของจักรพรรดิ คลอดิอุส พระองค์จึงสั่งให้จับกุมและให้ประหาร นักบวชวาเลนไทน์ เสีย
อีกตำนานหนึ่งเล่าว่า นักบวชวาเลนไทน์ ถูกประหารเพราะพยายามที่จะช่วยเหลือชาวคริสเตียนให้หนีออกจากคุกของพวกโรมัน ซึ่งเวลานั้น ผู้ที่เป็นคริสเตียนจะมีความผิด ต้องถูกนำไปคุมขัง และทรมานด้วยการเฆี่ยนตี
ตำนานที่สามเล่ากันว่า นักบวช วาเลนไทน์ คือผู้ที่ส่ง บัตร “ วาเลนไทน์ ” เป็นคนแรก ในขณะที่นักบวช วาเลนไทน์ ถูกจำคุกอยู่นั้น เขาตกหลุมรักกับหญิงสาวคนหนึ่ง นางเป็นลูกสาวของผู้คุมที่คุกแห่งนั้น ซึ่งนางเข้าไปเยี่ยมในระหว่างที่นักบวชผู้นี้กำลังนอนป่วย ก่อนที่จะถูกประหาร เขาได้เขียนจดหมายฉบับหนึ่งถึงนาง และลงท้ายจดหมายว่า “ จาก วาเลนไทน์ ของเธอ ” ซึ่งเป็นวลีที่ยังใช้กันมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าความจริงเกี่ยวกับนักบวช วาเลนไทน์ จะเป็นตำนานที่ค่อนข้างสับสน แต่ทุกตำนานก็เป็นเรื่องของความเห็นอกเห็นใจในเพื่อนมนุษย์ ความกล้าหาญ และที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของ ความรัก จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ในยุคกลางของยุโรป(ประมาณศตวรรษที่ 5 ถึงศตวรรษที่ 16 ของปีคริสตศักราช) นักบุญ วาเลนไทน์ จะเป็นหนึ่งในนักบุญที่ได้รับความศรัทธามากที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในอังกฤษและฝรั่งเศส
ขณะที่บางคนเชื่อว่า วันวาเลนไทน์ คือวันรำลึกถึงการเสียชีวิต หรือวันทำพิธีฝังศพของนักบุญ วาเลนไทน์ ในกลางเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งอาจจะเริ่มมาตั้งแต่ประมาณปีคริสตศักราช 270 ในบางความเชื่อกล่าวว่า พิธีแสดงความรักต่อนักบุญ วาเลนไทน์ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นประเพณีที่เพื่อแสดงความเป็น คริสเตียน ของนักบวชในศาสนาคริสต์ เพื่อที่จะมาทดแทนเทศกาล ลูเปอร์คาเลีย (Lupercalia) ของชาวโรมันในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่แสดงความรักต่อเทพเจ้าฟอนนัสของชาวโรมัน ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งเกษตรกรรม และเทพเจ้ารอมมิวนัส และเทพเจ้าเรมัส เทพเจ้าผู้สร้างกรุงโรม
พิธีเริ่มต้นโดยพวกสมาชิกของ ลูเปอร์ซิ และนักบวชโรมัน ไปชุมนุมกันที่ถ้ำอันศักดิ์ของพวกเขา ซึ่งเป็นที่กำเนิดของเทพเจ้า รอมมิวนัส และ เรมัส ที่เชื่อกันว่าเป็นผู้สร้างกรุงโรม และเติบโตขึ้นจากการเลี้ยงดูและดื่มนมจากหมาป่า หรือ ลูปา พวกนักบวชโรมันจะทำการฆ่าแพะบูชายัญเพื่อความอุดมสมบูรณ์ และฆ่าสุนัขบูชายัญเพื่อความบริสุทธิ์
จากนั้นเด็กหนุ่ม ๆ จะทำการแล่หนังของแพะออกเป็นชิ้นยาว ๆ นำไปจุ่มในเลือดศักดิ์สิทธิ์ ถือไปตามถนน นำไปแตะที่ตัวผู้หญิง และถือไปตามท้องไร่ท้องนาต่าง ๆ ผู้หญิงโรมันจะเต็มใจให้นำเอาหนังแกะสดที่ชุ่มไปด้วยเลือดมาแตะตามตัว เพราะเชื่อว่าจะนำเอาความอุดมสมบูรณ์มาสู่กรุงโรม จากนั้นในรุ่งขึ้นอีกวัน หญิงสาวชาวเมืองจะพากันเอาชื่อของนางใส่ลงในหม้อขนาดใหญ่ เพื่อให้ชายโสดทั้งหลายมาเลือกชื่อพวกนางจากหม้อใบนี้ และก็เป็นคู่กันไปตลอดทั้งปี ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะลงเอยด้วยการแต่งงานกัน สันตะปาปา เกลาเซียส ได้ประกาศเอาวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันนักบุญวาเลนไทน์ เมื่อประมาณปีคริสตศักราช 498 การเลือกคู่แบบโรมัน กลายเป็นสิ่งที่ “ ไม่ใช่คริสเตียน ” และผิดกฎ ต่อมาในสมัยยุคกลางของยุโรป ได้กลายเป็นความเชื่อของคนในอังกฤษและฝรั่งเศสว่า 14 กุมภาพันธ์ เป็นการเริ่มต้นฤดูผสมพันธุ์ของ “ นก ” แล้วก็กลายเป็น วันวาเลนไทน์ ซึ่งเป็น วันแห่งความรัก
เรื่องราวของ วาเลนไทน์ ที่เก่าแก่ที่สุดซึ่งยังมีหลักฐานหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน คือบทกวีที่เขียนโดย ชาร์ลส ขุนนาง แห่ง ออร์ลีนส์ ซึ่งเขียนให้กับภรรยาของเขาขณะถูกคุมขังในหอคอยกรุงลอนดอน เนื่องจากถูกจับกุมในระหว่างสงคราม อะจินคอร์ต บทกวีชิ้นนี้เขียนขึ้นเมื่อปีคริสตศักราช 1415 ถูกเก็บไว้ในห้องสมุด บริติช แห่งกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และหลายปีต่อมา เชื่อกันว่า พระเจ้าเฮนรี่ที่ 5 ได้จ้างวานให้กวีที่ชื่อ จอห์น ไลด์เกต ประพันธ์บทกวี วาเลนไทน์ ให้กับ แคทเธอรีน แห่ง วาโลอิส ในอังกฤษ เทศกาล วันวาเลนไทน์ ได้รับความนิยม มาตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 17 ของปีคริสตศักราช
คิวปิด หรือ กามเทพ ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความรักของชาวโรมัน ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ อันหนึ่งของ วันวาเลนไทน์ เนื่องจาก คิวปิด เป็นบุตรของเทพธิดา วีนัส ซึ่งเป็นเทพธิดาแห่งความรัก และความงามของชาวโรมัน และมักจะปรากฏอยู่บน บัตรอวยพร วันวาเลนไทน์ อยู่เสมอ
กลางศตวรรษที่ 18 เป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับผู้ที่เป็นคนรักกัน หรือ แม้แต่มิตรสหาย ทุกชั้นชน ที่จะแลกเปลี่ยนของขวัญชิ้นเล็ก ๆ หรือส่งจดหมายถึงกัน
จนถึงยุคปัจจุบัน ก็ได้กลายเป็นการส่งบัตรอวยพร การซื้อของขวัญ และการมอบขนมและช็อกโกแลต ให้แก่กัน และจนถึงวันนี้การส่งอีเมล์ และ เอสเอ็มเอส เพื่ออวยพรเนื่องใน วันวาเลนไทน์ ก็อาจจะเป็นสื่อที่ได้รับความนิยมสูงสุดอีกสื่อหนึ่ง
สถิติของยุโรปและอเมริกา พบว่า ประมาณร้อยละ 85 ของผู้ที่ใช้จ่ายเพื่อ วันวาเลนไทน์ จะเป็นสตรี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นค่าใช้จ่ายในเรื่องของ บัตรอวยพร ซึ่งก็ไม่ได้จำกัดว่าจะเป็นการอวยพรเฉพาะคู่รักเท่านั้น เพราะในวันวาเลนไทน์นี้จะสามารถแสดงออกความรักต่อใครก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นในครอบครัว เพื่อนฝูง หรือแม้กระทั่งเพื่อนร่วมงาน
วาเลนไทน์มอบรัก
ขอมอบรัก ให้น้อง ที่ปองหมาย
อย่างมากมาย ท่วมท้น กมลหนา
สุดจะกล่าว เสกสรร พรรณา
รู้แต่ว่า ใจพี่ภักดิ์ รักนิรันดร์
มิอาจจะ เปลี่ยนใจ ไปจากน้อง
ทั้งสี่ห้อง หทัย ยังใฝ่ฝัน
ใคร่จักร่วม อยู่เรียง เคียงคู่กัน
ทุกคืนวัน รักสดชื่น แหละรื่นรมย์
วาเลนไทน์ จะมา หรือลาจาก
มิอาจพราก เราให้ ได้ขื่นขม
ขอเข้าใจ แหละรัก ภักดิ์เกลียวกลม
ความระทม จักไม่พบ ประสบเลย.
ขอมอบรัก ให้น้อง ที่ปองหมาย
อย่างมากมาย ท่วมท้น กมลหนา
สุดจะกล่าว เสกสรร พรรณา
รู้แต่ว่า ใจพี่ภักดิ์ รักนิรันดร์
มิอาจจะ เปลี่ยนใจ ไปจากน้อง
ทั้งสี่ห้อง หทัย ยังใฝ่ฝัน
ใคร่จักร่วม อยู่เรียง เคียงคู่กัน
ทุกคืนวัน รักสดชื่น แหละรื่นรมย์
วาเลนไทน์ จะมา หรือลาจาก
มิอาจพราก เราให้ ได้ขื่นขม
ขอเข้าใจ แหละรัก ภักดิ์เกลียวกลม
ความระทม จักไม่พบ ประสบเลย.
หวานรัก วาเลนไทน์
@ เสียงระฆังกังวานหวานหวานแว่ว
กระซิบแผ่วข้างกายคล้ายดั่งฝัน
Happy Valentine's ชื่นชีวัน
รักจอมขวัญน้องนุชสุดหัวใจ..
กุหลาบแดงแทนใจให้ที่รัก
เฝ้าฟูมฟักรักนี้ที่สดใส
บรรจงหอมแก้มน้องผ่องอำไพ
รัญจวนใจหวานชื่นทุกคืนวัน..
ขอทุกวันเป็นวันแห่งความรัก
ไม่ทายทักเพียงแค่วันที่ผ่านผัน
ขอความรักมากมายมากำนัล
แม้คืนวันผันผ่านเนิ่นนานไป..
@ เสียงระฆังกังวานหวานหวานแว่ว
กระซิบแผ่วข้างกายคล้ายดั่งฝัน
Happy Valentine's ชื่นชีวัน
รักจอมขวัญน้องนุชสุดหัวใจ..
กุหลาบแดงแทนใจให้ที่รัก
เฝ้าฟูมฟักรักนี้ที่สดใส
บรรจงหอมแก้มน้องผ่องอำไพ
รัญจวนใจหวานชื่นทุกคืนวัน..
ขอทุกวันเป็นวันแห่งความรัก
ไม่ทายทักเพียงแค่วันที่ผ่านผัน
ขอความรักมากมายมากำนัล
แม้คืนวันผันผ่านเนิ่นนานไป..
My Love My Valentine
My Love My Valentine
มีดอกไม้ในช่อสวยรวยกลิ่นหอม
ดนตรีพร้อมน้อมหัวใจให้ของขวัญ
กุหลาบงามอีกความรักจักพร้อมพรรณ
มอบให้วันวาเลนไทน์...โอบใจเธอ
ไม่ใช่เพียงแค่เคียงกันวันสิบสี่
ทุกนาทีมีรักแจกแลกเสมอ
ทุกเวลาค่าดวงจิตคิดละเมอ
ใจไม่เผลอเพ้อถึงใคร...ใจจดจำ
สุขถ่องแท้แน่นักรักเธอยิ่ง
สุขใจจริง...สิ่งสวรรค์อันชื่นฉ่ำ
ที่มีคุณหนุนเนื่องไป...ใช้รักนำ
ต่างมีคำแห่งรักเป็นหลักใจ
ขอบคุณเธอที่เจอฉันทุกวันนี้
ขอบคุณที่มีกันทุกวันใหม่
เป็นเพื่อตายแม้กายสูญพูนอาลัย
แต่ดวงใจไม่พรากลาวิญญาณ์ยง
ดีใจที่มีเธอเป็นเช่นคู่ยาก
ทางลำบากถากสิ้นดังตั้งประสงค์
แม้ร่างกาย—ลมหายใจมลายปลง
หลับตาลงเพราะคงรักปักชีวิน
จะคู่กันทุกวันวาเลนไทน์
จะอุ่นไอได้ห่มกอดสอดสุขสันต์
กี่ชาติหน้ามาพบคู่อยู่ด้วยกัน
แบ่งหัวใจให้สัมพันธ์...ฉันรักเธอ
My Love My Valentine
มีดอกไม้ในช่อสวยรวยกลิ่นหอม
ดนตรีพร้อมน้อมหัวใจให้ของขวัญ
กุหลาบงามอีกความรักจักพร้อมพรรณ
มอบให้วันวาเลนไทน์...โอบใจเธอ
ไม่ใช่เพียงแค่เคียงกันวันสิบสี่
ทุกนาทีมีรักแจกแลกเสมอ
ทุกเวลาค่าดวงจิตคิดละเมอ
ใจไม่เผลอเพ้อถึงใคร...ใจจดจำ
สุขถ่องแท้แน่นักรักเธอยิ่ง
สุขใจจริง...สิ่งสวรรค์อันชื่นฉ่ำ
ที่มีคุณหนุนเนื่องไป...ใช้รักนำ
ต่างมีคำแห่งรักเป็นหลักใจ
ขอบคุณเธอที่เจอฉันทุกวันนี้
ขอบคุณที่มีกันทุกวันใหม่
เป็นเพื่อตายแม้กายสูญพูนอาลัย
แต่ดวงใจไม่พรากลาวิญญาณ์ยง
ดีใจที่มีเธอเป็นเช่นคู่ยาก
ทางลำบากถากสิ้นดังตั้งประสงค์
แม้ร่างกาย—ลมหายใจมลายปลง
หลับตาลงเพราะคงรักปักชีวิน
จะคู่กันทุกวันวาเลนไทน์
จะอุ่นไอได้ห่มกอดสอดสุขสันต์
กี่ชาติหน้ามาพบคู่อยู่ด้วยกัน
แบ่งหัวใจให้สัมพันธ์...ฉันรักเธอ
ประวัติวันวาเลนไทน์ ความเป็นมาวันวาเลนไทน์
ประวัติความเป็นมาวันวาเลนไทน์มีผู้ได้กล่าวไว้เยอะมาก ซึ่งล้วนแต่เกี่ยวข้องกับวันวาเลนไทน์
ประวัติวันวาเลนไทน์#1
กำเนิดวันวาเลนไทน์ เทศกาลวาเลนไทน์ เริ่มมีขึ้นตั้งแต่ยุคที่จักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจ ในยุคนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถูกจัดให้เป็นวันหยุด เพื่อเป็นเกียรติแต่เทพเจ้าจูโน่ผู้เป็นจักรพรรดินีแห่งเทพเจ้าโรมัน นอกจากนี้แล้วพระองค์ยังทรงเป็นเทพเจ้าแห่งอิสตรีเพศและการแต่งงาน และในวันถัดมา คือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เป็นวันเริ่มต้นเทศกาลเฉลิมฉลองแห่งลูเพอร์คาร์เลีย การดำเนินชีวิตของหนุ่มสาวจะถูกตัดขาดออกจากกันอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม มีขนบธรรมเนียมอย่างหนึ่งของชายหนุ่มก็คือ การจับฉลาก ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ก่อนที่จะเริ่มต้นเทศกาลลูเพอร์คาร์เลีย ชื่อของเด็กสาวจะถูกเขียนลงในเศษกระดาษและใส่ลงในไห ชายหนุ่มแต่ละคนจะจับฉลากเพื่อเลือกคู่ในเทศกาลเฉลิมฉลองนี้ บ่อยครั้งที่หนุ่มสาวต่างถูกใจกัน และแต่งงานกันในเวลาต่อมา
ในรัชสมัยของจักรพรรดิคลอดิอัสที่ 2 แห่งโรม พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีใจคอดุร้าย และทรงนิยมการทำสงครามนองเลือด ได้ทรงตระหนักว่าเหตุที่ชายหนุ่มส่วนมากไม่ประสงค์จะเข้าร่วมในกองทัพ เนื่องมาจาก ไม่อยากจากคู่รัก และครอบครัวไป จึงทรงมีพระราชโองการสั่งห้ามมิให้มีการจัดพิธีหมั้นและแต่งงานกันในโรมโดยเด็ดขาด ทำให้ประชาชนทุกข์ใจเป็นอย่างยิ่ง ขณะนั้นเอง พระรูปหนึ่งนามว่า เซนต์วาเลนไทน์ซึ่งอาศัยอยู่ในโทรม ได้ร่วมมือกับเซนต์มาริอัส จัดพิธีแต่งงานให้กับชาวคริสต์หลายคู่ และด้วยความปรารถนาดีของท่านนี้เอง จึงทำให้ท่านถูกตัดสินประหารชีวิตโดยเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ.270 ซึ่งตรงกับเทศกาลลูเพอร์คาร์เลีย ตามประเพณีโบราณพอดี ณ โอกาสนี้เอง กลุ่มคนนอกศาสนาได้รื้อฟื้นประเพณีจับฉลากขึ้นมาใหม่ โดยชายหนุ่มจะเป็นผู้เขียนชื่อหญิงสาวลงไปด้วยตัวเอง ต่อมาพระในนิกายโรมันคาทอลิกจึงเลือกให้วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความรัก และดูเหมือนว่ายังคงเป็นธรรมเนียม ที่ชายหนุ่มจะเลือกหญิงสาวที่ตนเองพึงใจในวันวาเลนไทน์ สืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้
ประวัติวันวาเลนไทน์#2
วาเลนไทน์ (Valentine) คือวันที่ระลึกถึง นักบุญเซนต์วาเลนไทน์ (Saint Valentine) ผู้เปี่ยมไปด้วยเมตตา ความรัก และความปรารถนาดี ต่อเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริง แต่สุดท้ายเขาต้องจบชีวิตลงด้วยการรับโทษประหารในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 หรือเมื่อประมาณ 1,728 ปีล่วงเลยมาแล้ว ซึ่งเป็นยุคสมัยของจักรวรรดิโรมันที่ศาสนาคริสต์ยังไม่เป็นที่ยอมรับ ซํ้าร้ายภายใต้การปกครองของกษัตริย์ "คลอดิอุสที่ 2" ผู้ออกกฎหมายบีบบังคับให้ประชาชนเลิกนับถือ และห้ามให้มีแต่งงานของพวกคริสเตียนเกิดขึ้น แต่ยังคงมีผู้นำคริสเตียนคนหนึ่งชื่อ "วาเลนตินัส" หรือที่ได้รับการยกย่องเป็น เซนต์วาเลนไทน์ ในภายหลัง คอยลักลอบแอบจัดงานแต่งงานให้กับคู่รักคริสเตียนจนถูกจับขังและรับโทษทรมานแสนสาหัสอยู่ในคุก
ในขณะที่ถูกคุมขังนั้น เขาก็พบรักกับสาวตาบอด ซึ่งเธอเป็นลูกสาวของผู้คุมในคุก ด้วยความรักและคำอธิษฐานของเขา พระเจ้าได้ทรงโปรดให้ตาของสาวคนรักหายเป็นปกติ เมื่อความนี้ล่วงรู้ถึงหูกษัตริย์คลอดิอุสที่ 2 พระองค์จึงสั่งให้ลงโทษ วาเลนตินัส ด้วยการโบยและนำไปประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะ ในคืนสุดท้ายก่อนที่เขาจะถูกนำไปประหารนั้น ได้เขียนจดหมายสั้น ๆ เป็นการอำลาส่งไปให้หญิงคนรักของเขา โดยลงท้ายในจดหมายว่า
"...จากวาเลนไทน์ของเธอ (Love From Your Valentine)"
ต่อมาเมื่อคนทั่วไปทราบเรื่องราวจึงเกิดความประทับใจในความรักของเขา ยึดถือเอาวันที่14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น "วันแห่งความรัก" Saint Valentine's Day หรือ Valentine'sDay และได้นิยมแพร่หลายไปทั่วยุโรป อเมริกา รวมทั้งในทวีปเอเชียด้วย
ของขวัญวันวาเลนไทน์ ของขวัญที่นิยม ของขวัญแทนใจวันแห่งความรัก
ดอกไม้ ให้ความหมายของการบอกรักได้ดีที่สุด ที่ฮิตสุดเห็นจะเป็น
- กุหลาบแดง หมายถึง ความรักและความปรารถนา เป็นดอกไม้ของกามเทพ เป็นสิ่งนำโชคมาสู่ผู้หญิงที่ได้รับ
- กุหลาบขาว หมายถึง ความมีเสน่ห์ ความบริสุทธิ์ ความเงียบสงบ และนำโชคมาสู่ผู้หญิงที่ได้รับเช่นเดียวกับดอกกุหลาบแดง
- กุหลาบสีชมพู หมายถึง ความรักที่มีความสุขอย่างสมบูรณ์ที่สุด
- กุหลาบสีเหลืองหรือสีส้ม หมายถึง ความรักร้อนแรงและยาวนาน ไม่จืดจาง หวานชื่น และมีความสุข
- กุหลาบตูม หมายถึง ความรักและความเยาว์วัย
- กุหลาบบาน หมายถึง ความรักที่กำลังเบ่งบาน ความอ่อนหวาน สดชื่น
สําหรับคนที่อยากได้อะไรแตกต่างยังมีดอกอื่นๆ อาทิ
- ดอกคาร์เนชั่นสีแดง หมายถึง รักอย่างสุดซึ้ง,
- ดอกลิลลี่สีขาว หมายถึง ความโรแมนติก อ่อนหวานระหว่างคุณและคนรัก,
- ดอกทิวลิปสีแแดง หมายถึง ความรักที่จะร่วมฟันฝ่าไปด้วยกัน
และ
- ดอกไวโอเล็ต ที่แทนความหมายของการให้รักตอบแทน
ช็อกโกแลต นักจิตวิทยาหลายคนเชื่อว่า ช็อกโกแลตเป็นตัวช่วยเสริมอารมณ์รัก และรสชาติความหวานก็เป็นสิ่งที่แทนความรู้สึกวันแห่งความรักได้อย่างดี และยังมีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าในช็อกโกแลตมีสารช่วยกระตุ้นสมองโดยออกฤทธิ์คล้าย แอมเฟตามีน เป็นตัวเบิกทางความรู้สึกลึกๆแห่งรักได้ดี
การ์ด อันนี้เป็นของจําเป็นควบคู่ไปกับดอกไม้ และช็อกโกแลต เลือกตามแบบที่ชอบ เขียนความในใจตามแบบที่อยากให้คนที่ได้รับอ่านแล้วเข้าใจในทันที แถมหาซื้อไม่ยากด้วย
ตุ๊กตา เป็นสิ่งที่ให้กันได้ทุกเทศกาลอยู่แล้ว แต่พิเศษสําหรับวันแห่งความรักคงต้องเลือกสรรให้น่ารัก น่าประทับใจแทนความหมายได้ทุกอารมณ์แล้วแต่คุณจะหยิบแบบไหน
เทียนหอม มาแรงในหมู่หนุ่มสาวชาวไทย ที่สื่อได้ทั้งความหมายจากรูปทรงหัวใจ และให้กลิ่นหอมชวนหลงใหลตามแต่ใครจะเลือกได้ถูกใจอีกฝ่ายแค่ไหน
มื้อค่ำ ขาดไม่ได้เลยสำหรับมื้อพิเศษในวันแห่งความรัก ไม่ว่าจะเป็นสถานที่แบบไหน ในบ้าน ร้านอาหาร หรือริมทะเล แต่ขอให้มีแต่คุณและคนรักไปกันสองคนก็แล้วกัน
ประวัติความเป็นมาวันวาเลนไทน์มีผู้ได้กล่าวไว้เยอะมาก ซึ่งล้วนแต่เกี่ยวข้องกับวันวาเลนไทน์
ประวัติวันวาเลนไทน์#1
กำเนิดวันวาเลนไทน์ เทศกาลวาเลนไทน์ เริ่มมีขึ้นตั้งแต่ยุคที่จักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจ ในยุคนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถูกจัดให้เป็นวันหยุด เพื่อเป็นเกียรติแต่เทพเจ้าจูโน่ผู้เป็นจักรพรรดินีแห่งเทพเจ้าโรมัน นอกจากนี้แล้วพระองค์ยังทรงเป็นเทพเจ้าแห่งอิสตรีเพศและการแต่งงาน และในวันถัดมา คือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เป็นวันเริ่มต้นเทศกาลเฉลิมฉลองแห่งลูเพอร์คาร์เลีย การดำเนินชีวิตของหนุ่มสาวจะถูกตัดขาดออกจากกันอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม มีขนบธรรมเนียมอย่างหนึ่งของชายหนุ่มก็คือ การจับฉลาก ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ก่อนที่จะเริ่มต้นเทศกาลลูเพอร์คาร์เลีย ชื่อของเด็กสาวจะถูกเขียนลงในเศษกระดาษและใส่ลงในไห ชายหนุ่มแต่ละคนจะจับฉลากเพื่อเลือกคู่ในเทศกาลเฉลิมฉลองนี้ บ่อยครั้งที่หนุ่มสาวต่างถูกใจกัน และแต่งงานกันในเวลาต่อมา
ในรัชสมัยของจักรพรรดิคลอดิอัสที่ 2 แห่งโรม พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีใจคอดุร้าย และทรงนิยมการทำสงครามนองเลือด ได้ทรงตระหนักว่าเหตุที่ชายหนุ่มส่วนมากไม่ประสงค์จะเข้าร่วมในกองทัพ เนื่องมาจาก ไม่อยากจากคู่รัก และครอบครัวไป จึงทรงมีพระราชโองการสั่งห้ามมิให้มีการจัดพิธีหมั้นและแต่งงานกันในโรมโดยเด็ดขาด ทำให้ประชาชนทุกข์ใจเป็นอย่างยิ่ง ขณะนั้นเอง พระรูปหนึ่งนามว่า เซนต์วาเลนไทน์ซึ่งอาศัยอยู่ในโทรม ได้ร่วมมือกับเซนต์มาริอัส จัดพิธีแต่งงานให้กับชาวคริสต์หลายคู่ และด้วยความปรารถนาดีของท่านนี้เอง จึงทำให้ท่านถูกตัดสินประหารชีวิตโดยเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ.270 ซึ่งตรงกับเทศกาลลูเพอร์คาร์เลีย ตามประเพณีโบราณพอดี ณ โอกาสนี้เอง กลุ่มคนนอกศาสนาได้รื้อฟื้นประเพณีจับฉลากขึ้นมาใหม่ โดยชายหนุ่มจะเป็นผู้เขียนชื่อหญิงสาวลงไปด้วยตัวเอง ต่อมาพระในนิกายโรมันคาทอลิกจึงเลือกให้วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความรัก และดูเหมือนว่ายังคงเป็นธรรมเนียม ที่ชายหนุ่มจะเลือกหญิงสาวที่ตนเองพึงใจในวันวาเลนไทน์ สืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้
ประวัติวันวาเลนไทน์#2
วาเลนไทน์ (Valentine) คือวันที่ระลึกถึง นักบุญเซนต์วาเลนไทน์ (Saint Valentine) ผู้เปี่ยมไปด้วยเมตตา ความรัก และความปรารถนาดี ต่อเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริง แต่สุดท้ายเขาต้องจบชีวิตลงด้วยการรับโทษประหารในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 หรือเมื่อประมาณ 1,728 ปีล่วงเลยมาแล้ว ซึ่งเป็นยุคสมัยของจักรวรรดิโรมันที่ศาสนาคริสต์ยังไม่เป็นที่ยอมรับ ซํ้าร้ายภายใต้การปกครองของกษัตริย์ "คลอดิอุสที่ 2" ผู้ออกกฎหมายบีบบังคับให้ประชาชนเลิกนับถือ และห้ามให้มีแต่งงานของพวกคริสเตียนเกิดขึ้น แต่ยังคงมีผู้นำคริสเตียนคนหนึ่งชื่อ "วาเลนตินัส" หรือที่ได้รับการยกย่องเป็น เซนต์วาเลนไทน์ ในภายหลัง คอยลักลอบแอบจัดงานแต่งงานให้กับคู่รักคริสเตียนจนถูกจับขังและรับโทษทรมานแสนสาหัสอยู่ในคุก
ในขณะที่ถูกคุมขังนั้น เขาก็พบรักกับสาวตาบอด ซึ่งเธอเป็นลูกสาวของผู้คุมในคุก ด้วยความรักและคำอธิษฐานของเขา พระเจ้าได้ทรงโปรดให้ตาของสาวคนรักหายเป็นปกติ เมื่อความนี้ล่วงรู้ถึงหูกษัตริย์คลอดิอุสที่ 2 พระองค์จึงสั่งให้ลงโทษ วาเลนตินัส ด้วยการโบยและนำไปประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะ ในคืนสุดท้ายก่อนที่เขาจะถูกนำไปประหารนั้น ได้เขียนจดหมายสั้น ๆ เป็นการอำลาส่งไปให้หญิงคนรักของเขา โดยลงท้ายในจดหมายว่า
"...จากวาเลนไทน์ของเธอ (Love From Your Valentine)"
ต่อมาเมื่อคนทั่วไปทราบเรื่องราวจึงเกิดความประทับใจในความรักของเขา ยึดถือเอาวันที่14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น "วันแห่งความรัก" Saint Valentine's Day หรือ Valentine'sDay และได้นิยมแพร่หลายไปทั่วยุโรป อเมริกา รวมทั้งในทวีปเอเชียด้วย
ของขวัญวันวาเลนไทน์ ของขวัญที่นิยม ของขวัญแทนใจวันแห่งความรัก
ดอกไม้ ให้ความหมายของการบอกรักได้ดีที่สุด ที่ฮิตสุดเห็นจะเป็น
- กุหลาบแดง หมายถึง ความรักและความปรารถนา เป็นดอกไม้ของกามเทพ เป็นสิ่งนำโชคมาสู่ผู้หญิงที่ได้รับ
- กุหลาบขาว หมายถึง ความมีเสน่ห์ ความบริสุทธิ์ ความเงียบสงบ และนำโชคมาสู่ผู้หญิงที่ได้รับเช่นเดียวกับดอกกุหลาบแดง
- กุหลาบสีชมพู หมายถึง ความรักที่มีความสุขอย่างสมบูรณ์ที่สุด
- กุหลาบสีเหลืองหรือสีส้ม หมายถึง ความรักร้อนแรงและยาวนาน ไม่จืดจาง หวานชื่น และมีความสุข
- กุหลาบตูม หมายถึง ความรักและความเยาว์วัย
- กุหลาบบาน หมายถึง ความรักที่กำลังเบ่งบาน ความอ่อนหวาน สดชื่น
สําหรับคนที่อยากได้อะไรแตกต่างยังมีดอกอื่นๆ อาทิ
- ดอกคาร์เนชั่นสีแดง หมายถึง รักอย่างสุดซึ้ง,
- ดอกลิลลี่สีขาว หมายถึง ความโรแมนติก อ่อนหวานระหว่างคุณและคนรัก,
- ดอกทิวลิปสีแแดง หมายถึง ความรักที่จะร่วมฟันฝ่าไปด้วยกัน
และ
- ดอกไวโอเล็ต ที่แทนความหมายของการให้รักตอบแทน
ช็อกโกแลต นักจิตวิทยาหลายคนเชื่อว่า ช็อกโกแลตเป็นตัวช่วยเสริมอารมณ์รัก และรสชาติความหวานก็เป็นสิ่งที่แทนความรู้สึกวันแห่งความรักได้อย่างดี และยังมีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าในช็อกโกแลตมีสารช่วยกระตุ้นสมองโดยออกฤทธิ์คล้าย แอมเฟตามีน เป็นตัวเบิกทางความรู้สึกลึกๆแห่งรักได้ดี
การ์ด อันนี้เป็นของจําเป็นควบคู่ไปกับดอกไม้ และช็อกโกแลต เลือกตามแบบที่ชอบ เขียนความในใจตามแบบที่อยากให้คนที่ได้รับอ่านแล้วเข้าใจในทันที แถมหาซื้อไม่ยากด้วย
ตุ๊กตา เป็นสิ่งที่ให้กันได้ทุกเทศกาลอยู่แล้ว แต่พิเศษสําหรับวันแห่งความรักคงต้องเลือกสรรให้น่ารัก น่าประทับใจแทนความหมายได้ทุกอารมณ์แล้วแต่คุณจะหยิบแบบไหน
เทียนหอม มาแรงในหมู่หนุ่มสาวชาวไทย ที่สื่อได้ทั้งความหมายจากรูปทรงหัวใจ และให้กลิ่นหอมชวนหลงใหลตามแต่ใครจะเลือกได้ถูกใจอีกฝ่ายแค่ไหน
มื้อค่ำ ขาดไม่ได้เลยสำหรับมื้อพิเศษในวันแห่งความรัก ไม่ว่าจะเป็นสถานที่แบบไหน ในบ้าน ร้านอาหาร หรือริมทะเล แต่ขอให้มีแต่คุณและคนรักไปกันสองคนก็แล้วกัน
ประวัติวันวาเลนไทน์
.. วันวาเลนไทน์ ..
วันวาเลนไทน์ นั้นมีมาตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมัน ในกรุงโรมสมัยก่อนนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันเฉลิมฉลองของจูโน่ ซึ่งเป็นราชินีแห่งเหล่าเทพและเทพธิดาของโรมัน ชาวโรมันรู้จักเธอในนามของเทพธิดาแห่ง อิสตรีและการแต่งงาน และในวันถัดมาคือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ก็จะเป็นวันเริ่มต้นงานเลี้ยงของ Lupercalia การดำเนินชีวิตของเด็กหนุ่มและเด็กสาวในสมัยนั้นจะถูกแยกจากกันอย่างเด็ดขาด แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีประเพณี อย่างนึง ซึ่งเด็กหนุ่มสาวยัง สืบทอดต่อกันมา คือ คืนก่อนวันเฉลิมฉลอง Lupercalia นั้นชื่อของเด็กสาวทุกคนจะถูกเขียนลงในเศษกระดาษเล็ก ๆ และจะใส่เอาไว้ในเหยือก เด็กหนุ่มแต่ละคนจะดึงชื่อของเด็กสาวออกจากเหยือก แล้วหลังจากนั้นก็จะจับคู่กันในงานเฉลิมฉลอง บางครั้งการจับคู่นี้ ท้ายที่สุดก็จะจบลงด้วยการ ที่เด็กหนุ่มและเด็กสาวทั้งสองนั้นได้ตกหลุมรักกันและแต่งงานกันในที่สุด
ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง (Claudius II) นั้น กรุงโรมได้เกิดสงครามหลายครั้ง และคลอดิอุสเองก็ประสบกับปัญหาในการที่จะหาทหารจำนวนมากมายมหาศาลมาเข้าร่วมในศึกสงคราม และเขาเชื่อว่าเหตุผลสำคัญก็คือ ผู้ชายโรมันหลายคนไม่ต้องการจากครอบครัวและคนอันเป็นที่รักไป และด้วยเหตุผลนี้เอง ทำให้จักรพรรดิคลอดิอุสประกาศให้ยกเลิกงานแต่งงานและงานหมั้นทั้งหมดในกรุงโรม ถึงกระนั้นก็ตาม ยังมีนักบุญผู้ใจดีคนหนึ่งซึ่งชื่อว่า ท่านนักบุญ " วาเลนไทน์ " ท่านเป็นพระที่กรุงโรมในสมัยของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สองท่าน นักบุญ วาเลนไทน์ และนักบุญ มาริอุส ได้จัดตั้งกลุ่มองค์กรเล็กๆ เพื่อช่วยเหลือชาวคริสเตียนที่ตกทุกข์ได้ยากเหล่านี้ และได้จัดให้มีการแต่งงานของคู่รักอย่างลับๆด้วย
และจากการกระทำเหล่านี้เอง ทำให้ นักบุญ วาเลนไทน์ ถูกจับและถูกตัดสินประหารโดยการตัดศรีษะ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ประมาณปีคริสต์ศักราชที่ 270 ซึ่งถือเป็นวันที่ท่านได้ทนทุกข์ทรมานและเสียสละเพื่อเพื่อนมนุษย์
.. ทำไมจึงชื่อ " วันวาเลนไทน์ " ..
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น วันวาเลนไทน์ ซึ่งพวกหนุ่มสาวมักจะรีบไปซื้อบัตรส่งทักทายกันส่งใจถึงกัน นับเป็นความนิยมมากขึ้น ประเพณีนี้เข้ามาสู่ประเทศไทยทีละเล็กละน้อย และดูเหมือนจะเป็นที่นิยมมากขึ้นทุกปี เป็นประเพณีที่หนุ่มสาวนิยมกันมากเป็นพิเศษที่สหรัฐอเมริกาและที่ประเทศอังกฤษ
ทำไมจึงมีชื่อว่า “ วันวาเลนไทน์ ” และความหมายที่แท้จริงของวันนี้คืออะไร? และมาจากไหน?
นักบุญ วาเลนไทน์ (Valentine) เป็นสงฆ์คาทอลิกองค์หนึ่งที่ได้ถูกประหารชีวิตในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ คริสตศักราช 270 ในสมัยพระเจ้าจักรพรรดิโรมัน เกลาดิอุส ที่ 2 ( Clanoius) โดยแท้จริงแล้วท่านนักบุญไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเพณีการเลือกคู่ หรือหาคู่ หรือหาแฟน หรือความรัก ความสนใจระหว่างหนุ่มสาว ท่านก็ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องด้วยเลย ถ้าเช่นนั้นแล้ว ทำไมจึงเลือกนักบุญองค์นี้มาเป็นองค์อุปถัมภ์สำหรับผู้ที่กำลังหาคู่ เลือกคู่หรือเลือกแฟนกันได้เล่า ? เหตุผลที่ค้นพบได้ก็คือ ที่มาของวันวาเลนไทน์ ไม่ขึ้นอยู่กับคนผู้นี้ แต่ขึ้นอยู่กับวันที่ 14 กุมภาพันธ์
ประเพณีเลือกคู่ หรือหาคู่นี้มีมาแต่โบร่ำโบราณในทุกชาติ ดูเหมือนกับว่าได้เกิดขึ้นพร้อมกับวิวัฒนาการของมนุษย์ก็ว่าได้ ประเพณี วาเลนไทน์ นี้ก็มีต้นเหตุหรือ ที่มาสมัยที่จักรวรรดิโรมันแผ่อิทธิพลไปทั่ว ชาวโรมันสมัย โบราณมีการฉลองเทพเจ้าองค์หนึ่งชื่อ ลูแปร์คูส (Lupercus) ซึ่งตรงกับวันที่ 15 กุมภาพันธ์ และถือว่าเป็นการฉลองใหญ่ ส่วนหนึ่งของการฉลองใหญ่นี้ก็จะเป็นการจัดงานหาคู่ของพวกหนุ่มสาว ซึ่งจัดขึ้นในวันก่อนวันฉลองใหญ่ 1 วัน คือวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นี้จะถือโอกาสให้พวกหนุ่มสาวเสนอตัวเป็นคนรักกันชั่วระยะเวลา 1 ปี ช่วงนี้จะเรียกว่าเป็นช่วงทดลองมิตรภาพเพื่อดูว่าทั้งคู่จะมีนิสัยใจคอเข้ากันได้หรือไม่ ชาวโรมันเป็นคนศรัทธาในเทพเจ้า และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ก็มีความเชื่อกันว่าพวกตนมีเทพเจ้าองค์หนึ่งซึ่งเขาขอให้เป็นผู้ดูแลความรักของเขาในระหว่างช่วงระยะเวลาการทดลองเป็นคู่รักกัน 1 ปี นั้น เทพเจ้าองค์นี้เป็นหญิงชื่อเทพธิดา Juno Februata ซึ่งตาม เทพนิยายของชาวโรมันเป็นมเหสีของ Jupiter องค์มหาเทพเจ้าทั้งหลาย
ครั้นต่อมา เมื่อชาวโรมันส่วนใหญ่กลับใจมาถือศาสนาคริสต์ (ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 4 ) ประเพณีของหนุ่มสาวที่จะหาคู่เพื่อทดลองเป็นคนรักกัน เพื่อจะแต่งงานกันในเวลาต่อไปนั้นก็ยังนิยมทำกันอยู่ แม้ว่าจะเป็นคริสตชนแล้วก็ตาม ฉะนั้นเขาก็ยังรักษาประเพณีการเลือกคู่ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นั้นอยู่ตลอดมา เพียงแต่ว่าหนุ่มสาว โรมันชาวคริสต์ได้หันมาเปลี่ยนตัวผู้อุปถัมภ์องค์ใหม่ เพราะคริสตชนไม่นับถือเทพเจ้าหรือเทพธิดาอย่างกาลก่อน เขาจึงหันมาเลือกหานักบุญในคริสตศาสนาที่มี วันฉลองในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งก็มี นักบุญวาเลนไทน์องค์นี้เอง จึงขอยืมชื่อท่านมาเป็นองค์อุปถัมภ์แทนเทพเจ้าเดิมของชาวโรมัน เรื่องราวความเป็นมามีดังนี้ ฉะนั้นถ้าท่านนักบุญมีชีวิตอยู่ท่านอาจรู้สึกงงงวยในตำแหน่งที่หนุ่มสาวได้เลือกตั้งและแต่งตั้งให้ท่านเป็นผู้อุปถัมภ์ โดยที่ท่านไม่ได้รู้เรื่องทางโลกของหนุ่มสาวด้วยเลยแม้แต่น้อย
ความรักระหว่างหนุ่มสาวนั้นอาจจะเผชิญกับอันตรายบางอย่าง และอาจจะเป็นโอกาสให้พลังและความรักนั้นทำลายความสัมพันธ์อันสูงส่งระหว่างหนุ่มสาวนั้นเอง ความหมายของการมี วันวาเลนไทน์ นี้ก็คือการช่วยหนุ่มสาวหาวิธีการเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันด้วยใจบริสุทธิ์
ความหมายเห็นได้ชัดในคำว่า “You are my Valentine” ที่มักจะเขียนลงในบัตรส่งใจถึงกันและกัน ประโยคตามความหมายเดิม หมายถึงว่า “ข้าพเจ้าขอเสนอตัวเป็นเพื่อนสนิทของท่านในช่วงเวลา 1 ปี และข้าพเจ้าพร้อมที่จะตกลงแต่งงานกับท่าน ถ้ามิตรภาพของเรานี้เป็นสิ่งที่ยืนยง”
ลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มสาวที่จะช่วยให้ก้าวหน้าในความรักที่แท้จริงนั้น ก็ควรจะประกอบด้วย 3 ข้อด้วยกัน ดังนี้
1. ให้รู้จักกันทั้งในด้านดี ในด้านเสีย และข้อผิดพลาดซึ่งต่างก็มีอยู่ และยอมรับซึ่งกันและกันในข้อเหล่านั้น
2. ให้เคารพและเห็นใจกัน โดยเสียสละต่อกันเพื่อให้คนรักของตนได้รับความดี และความสุขใจในทางที่บริสุทธิ์งดงาม
3. ให้มีการปรับปรุง และเปลี่ยนนิสัยของตนในส่วนที่บกพร่อง เพื่อจะอยู่กันด้วยความสุขในอนาคต
ลักษณะทั้งสามดังกล่าวนี้ คงจะเป็นประโยชน์สำหรับหนุ่มสาวไทยไม่เฉพาะ ในวันวาเลนไทน์หรือสำหรับกลุ่มที่นิยมประเพณีต่างประเทศเท่านั้น แต่สำหรับทุกคู่ที่แสวงหาวิธีการเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันอัน จะนำไปสู่ความรักที่มั่นคงและยั่งยืนชั่วชีวิต
.. คิวปิด ..
คนทั่วไปรู้จัก คิวปิด ในภาพของเด็กน่ารักที่มีปีก มือถือคันธนูกับลูกศรและมีชื่อเสียงในเรื่องการยิงศรรักปักหัวใจของใครต่อใคร ศรรักของ คิวปิด หมายถึงความปรารถนาและอารมณ์แห่งความรัก คิวปิด จะเล็งลูกศรไปที่พระเจ้าและมนุษย์เพื่อทำให้พระเจ้ากับมนุษย์รักกัน
คิวปิดมักจะมีบทบาทในการเฉลิมฉลองความรัก ในกรีกโบราณ คิวปิด เป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า เอโรส ลูกชาย แอฟโพไดท์ เทพธิดาแห่งความรักและความสวยงามแต่สำหรับพวกโรมัน เขาคือ คิวปิด และแม่ของเขาคือ วีนัส
มีเรื่องน่าสนใจพอสมควรเกี่ยวกับ คิวปิด และ ไซคี เจ้าสาวของเขาในเทพนิยายโรมัน ผมขอแนะนำผู้อ่านให้รู้จักคู่รักของ คิวปิด สักนิดนะครับว่าเธอเป็นเทพธิดารูปงามในนิยายกรีกโบราณมีปีกเป็นผีเสื้อ และเพราะความงามนี้เองที่ทำให้ วีนัส อิจฉา นางจึงได้สั่ง คิวปิด ให้ลงโทษว่าที่ลูกสะใภ้เสีย แต่ คิวปิด ตกหลุมรักเธอเกินกว่าที่จะทำตามความต้องการของแม่ ดังนั้น แทนที่จะลงโทษเธอ คิวปิด กลับเอาเธอเป็นภรรยาเสียเลย แต่เนื่องจาก ไซคี มิได้เป็นอมตะ เธอจึงถูกห้ามมิให้มองเขา (ตรงนี้ผมไม่ทร าบเหมือนกันนะครับว่าเป็นไปได้อย่างไรที่ได้เธอเป็นภรรยาแล้วภรรยามองไม่ได้ แต่อย่าไปคิดอะไรมากนะครับ เพราะเทพนิยายฝรั่งก็ไม่แตกต่างอะไรไปจากละครน้ำเน่าบ้านเรา)
หลังจากตกเป็นภรรยาของ คิวปิด แล้ว ไซคี ก็มีความสุขเรื่อยมา (ก็แหงละ) จนกระทั่งพี่สาวของเธอได้รบเร้าให้เธอมอง คิวปิด ทันทีที่เธอมอง คิวปิด คิวปิด ก็ลงโทษเธอด้วยการทิ้งเธอไปทันที พร้อมกันนั้นปราสาทและสวนอันสวยงามของเธอก็ต้องมลายหายไปด้วย หลังจากนั้นไซคี ก็พบว่าตัวเองอยู่ตามลำพังในทุ่งโล่งแห่งหนึ่งซึ่งไม่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตอื่นๆหรือ คิวปิด ปรากฏให้เห็นเลย
ในขณะที่เธอออกเดินทางค้นหาคนรักของเธอนั้น เธอก็มาถึงวิหารของ วีนัส โดยบังเอิญ เมื่อ วีนัส เทพธิดาแห่งความรักพบว่า ไซคี ยังมีชีวิตอยู่ เธอก็ปราถนาที่จะ ทำลาย ไซคี ด้วยการให้งานที่หนักและอันตรายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ งานสุดท้ายที่ ไซคี ได้รับมิใช่งานขับเครื่องบินชนตึกเวิร์ลเทรดครับ หากแต่เธอได้รับกล่องใบหนึ่งมาและได้ถูกสั่งให้ลงไปยังใต้โลกเพื่อเอา ความงามของ โพรเซอร์พีน ภรรยาของ พลูโต ใส่กล่องใบนี้มา ในระหว่างที่เธอเดินทางอยู่นั้น เธอก็ได้รับคำแนะนำให้รู้จักการหลีกเลี่ยงอันตรายจากอาณาจักรแห่งความตาย นอกจากนั้นแล้ว เธอยังได้ถูกเตือนมิให้เปิดกล่องใบนั้นอีกด้วย แต่เพราะทนไม่ไหวหรือเพราะความอยากรู้อยากเห็นหรืออะไรก็ไม่ทราบ เธอได้เปิดกล่องใบนั้น แต่แทนที่จะพบกับความงาม เธอกลับต้องหลับเป็นตาย
ต่อมา คิวปิด ได้มาพบร่างอันไร้ชีวิตของเธอบนพื้นดิน เขาจึงได้นำเอาอาการหลับเป็นตายออกจากร่างของเธอและนำมันไปเก็บไว้ในกล่อง หลังจากนั้น คิวปิด ก็ได้ให้อภัยเธอเช่นเดียวกับ วีนัส เมื่อเทพเจ้าทั้งหลายเห็นความรักที่เธอมีต่อ คิวปิด จึงได้ตั้งให้เธอเป็นเทพธิดาองค์หนึ่ง
ปัจจุบันนี้รูป คิวปิด แผลงศรเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักที่ผู้คนมักนิยมใช้กัน และเมื่อศรรักของ คิวปิด พุ่งโดนหัวใจหนุ่มสาวคนใดในวันวาเลนไทน์ หนุ่มสาวคนนั้นก็จะออกอาการ "สติวปิ้ด" จากศรรักของ คิวปิด ขึ้นมาทันที อาการนี้จะเห็นได้จากการส่งดอกกุหลาบสีแดง ส่งช็อคโกแล็ต การส่งบัตรอวยพรและอื่นๆ อีกครับ
หมายเหตุท้ายบท : "สติวปิ้ด" เป็นภาษาอังกฤษแปลว่า "โง่" ครับ เหมือนคำบางคำที่เราอาจเคยได้ยินว่า "ความรักบางครั้งก็ทำให้คนตาบอด และ มองไม่เห็นข้อบกพร่องของคนที่เรารัก"
อ่านตำนานของเทพ อีรอส(Eros) หรือคิวปิด(Cupid)ฉบับเต็มได้ที่นี่
.. ดอกไม้ " วันวาเลนไทน์ " ..
มนุษย์ได้ใช้ดอกไม้เป็นสื่อในการแสดงความรักต่อกันมานานแล้ว เราอาจจะคิดว่าดอกไม้เป็นสิ่งที่สามารถใช้สื่อความหมายเฉพาะความรักของหนุ่มสาวเท่านั้น แต่แท้จริงแล้ว ดอกไม้แต่ละชนิดสามารถสื่อความรักได้หลาย รูปแบบ ทั้งยังไม่จำกัดอายุและเพศอีกด้วย
กุหลาบตูม หมายถึง ความรักและความเยาว์วัย
กุหลาบบาน หมายถึง ความรักที่กำลังเบ่งบาน ความอ่อนหวาน สดชื่น
กุหลาบดำ หมายถึง ความรักนิรันดร์
กุหลาบแดง (red rose) : จะใช้ในความหมายแทน ประโยคที่ว่า "ฉันรักเธอ" การให้ดอกกุหลาบแดงกับคนที่รักความ หมายถึงความรักอันลึกซึ้ง จริงจัง กุหลาบแดงจึงมักจะเป็นดอกไม้ ที่ชายหนุ่มให้หญิงสาวที่ตนเองตั้งใจจะใช้ชีวิตร่วมกัน
กุหลาบขาว (white rose) : สีขาวเป็นสีแห่งความบริสุทธ์ กุหลาบขาวจึงแทนความหมายแห่งความรักอันบริสุทธิ์ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน ดังนั้นมันจึงสามารถใช้แทนความรักของคนต่างวัย ความรักต่อพ่อแม่ เพื่อน หรือคนที่เรารู้สึกดีด้วยอย่างบริสุทธิ์ใจได้
กุหลาบชมพู (pink rose) : มักถูกใช้แทนความรักแบบโรแมนติก และความเสน่หาต่อกัน การให้ดอกกุหลาบสีชมพูสามารถแสดงถึงความรัก ที่กำลังเริ่มงอกงามในใจ และสามารถพัฒนาต่อไปเป็นความรักที่ลึกซึ้งได้
กุหลาบเหลือง (yellow rose) : สีเหลืองเป็นสีแห่งความสดใส กุหลาบสีเหลืองถูกใช้สำหรับแทนความรักแบบเพื่อน และความ สนุกสนานรื่นเริงจึงมักจะนำมันมาประดับตะกร้าสำหรับเยี่ยมผู้ป่วย เพื่อทำให้คนป่วยรู้สึกสดชื่นรื่นเริงขึ้นนั่นเอง
สำหรับดอกไม้อื่น ๆ ที่ถูกมาใช้แทนความหมายแห่งความรักก็มี ดอกทิวลิบสีแดง (red tulib) ชาวตะวันตกใช้มันแทนการประกาศความรัก อย่างเปิดเผย คล้าย ๆ กับดอกกุหลาบแดง
ดอกคาร์เนชั่นสีชมพู (pink carnation) ใช้สื่อความหมายว่า "ถึงอย่างไรผมก็ยังรักคุณ" หรือ "คุณยังอยู่ในหัวใจฉันเสมอ"
ดอกลิลลี่สีขาว (white lilly) แสดงความรักแบบบริสุทธ์ เช่นเดียวกันกับดอกกุหลาบขาว นอกจากนั้นลิลลี่สีขาวยังแสดงถึงความรักแบบอ่อนหวานจริงใจ และเทอดทูน และมักถูกใช้แทนประโยคที่ว่า "ฉันรู้สึกดี ๆ ที่ได้ได้รู้จัก และอยู่ใกล้คุณ "
สำหรับดอก forget-me-not มีความหมายตรงตัวคือได้โปรดอย่าลืมฉัน และอย่าลืมความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีให้กัน
มาถึงดอกไม้ที่เห็นได้ทั่วไปในบ้านเราบ้างดอกทานตะวัน (sunflower) มีความหมายถึงความรักแบบคลั่งไคล้ ความรักแบบบูชา แต่สำหรับชาวตะวันตก ดอกทานตะวันจะหมายถึงความเข้มแข็งอดทน จึงสามารถใช้แทนความรักที่ต้องฝ่าฟันกว่าจะได้ความรักมา
จะเห็นได้ว่าดอกไม้เป็นประดิษฐกรรมทางธรรมชาติที่มนุษย์เรานำมาใช้เป็นสื่อแทนความหมาย แห่งความรักได้หลายรูปแบบ การมอบดอกไม้ให้กับคนที่เรามีความรู้สึกพิเศษจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ... Vlentine นี้คุณมีดอกไม้ในใจที่จะให้คนที่คุณรักแล้วหรือยัง
วันวาเลนไทน์ในประเทศญี่ปุ่น วันวาเลนไทน์กับชอคโกแลต ช๊อกโกแล็ต
.. ชอคโกแลตกับวันวาเลนไทน์ ..
ในวันวาเลนไทน์ที่ประเทศญี่ปุ่น ฝ่ายหญิงนิยมที่จะมอบชอคโกแลตให้กับฝ่ายชาย (ส่วนผู้ชายจะมอบของขวัญตอบแทนให้กับผู้หญิงในวันที่ 14 มีนาคม ซึ่งเรียกวันนั้นว่า White Day หรือ วันสีขาว) ความนิยมการมอบชอคโกแลตนั้นเกิดขึ้นมาจากการใช้เครื่องมือทางการตลาดของบริษัทผลิตชอคโกแลต ผู้หญิงญี่ปุ่นถูกกระตุ้นให้บอกรักอย่างชัดเจนกับผู้ชายโดยการมอบชอคโกแลตและของขวัญชนิดอื่นในวันที่ 14 กุมภาของทุกปี
ร้านขายของชำ ห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อจะขายชอคโกแลตที่หลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็น ชอคโกแลตที่ผลิตในประเทศหรือนำเข้ามาจากต่างประเทศ มากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดขายชอคโกแลตทั้งปีนั้น จะมาจากช่วงวันวาเลนไทน์ เหตุก็เพราะผู้หญิงแดนอาทิตย์อุทัยจะซื้อชอคโกแลตเพื่อแจกให้กับทั้งเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า เพื่อนชาย พี่ชาย คุณพ่อ สามี แฟน และผู้ชายที่เธอรู้จักและมีความยินดีที่จะมอบให้
ชอคโกแลตที่มอบให้กับผู้ชายที่เธอไม่ได้หลงรัก ถูกเรียกว่า “giri-choco” (แปลว่า ชอคโกแลตที่ให้ตามหน้าที่ หรือ ชอคโกแลตตามมารยาท) เช่น ชอคโกแลตที่มอบให้กับเพื่อนร่วมงาน หรือกับหัวหน้างานเป็นต้น
ผู้ชายส่วนใหญ่จะรู้สึกอับอายอย่างมาก ถ้าพวกเขาไม่ได้รับชอคโกแลตในวันนี้ ผู้หญิงจึงพยายามมอบ giri-choco กับผู้ชายที่รู้จักทุกคน เพียงเพื่อไม่ให้ผู้ชายต้องมีความรู้สึกว่าตัวเขานั้นไม่ได้รับการใส่ใจ ราคาโดยเฉลี่ยของ giri-choco ตกประมาณอันละ 100 – 300 เยน
ผู้หญิงบางกลุ่มมีแนวโน้มที่จะให้ของขวัญพิเศษกับคนที่ตนรัก เช่น เนคไทค์ และเสื้อผ้าควบคู่ไปกับชอคโกแลตด้วย ชอคโกแลตประเภทนี้จะเรียกว่า "honmei-choco." (แปลว่า ผู้ชนะที่คาดหวังไว้ prospective winner) Honmei-choco จะมีราคาที่แพงกว่า giri-choco และบางครั้งจะเป็นชอคโกแลตทำเอง ซึ่งผู้ชายที่ได้รับนั้นถือว่าโชคดีมาก
ชอคโกแลตญี่ห้อดังของญี่ปุ่นได้แก่ Glico, Meiji และ Morinaga แต่ผู้ชายบางคนมักจะพอใจกับชอคโกแลตทำเองมากกว่า เพราะมันจะแสดงออกถึงความตั้งใจของคนทำนั่นเอง
.. วันวาเลนไทน์ ..
วันวาเลนไทน์ นั้นมีมาตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมัน ในกรุงโรมสมัยก่อนนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันเฉลิมฉลองของจูโน่ ซึ่งเป็นราชินีแห่งเหล่าเทพและเทพธิดาของโรมัน ชาวโรมันรู้จักเธอในนามของเทพธิดาแห่ง อิสตรีและการแต่งงาน และในวันถัดมาคือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ก็จะเป็นวันเริ่มต้นงานเลี้ยงของ Lupercalia การดำเนินชีวิตของเด็กหนุ่มและเด็กสาวในสมัยนั้นจะถูกแยกจากกันอย่างเด็ดขาด แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีประเพณี อย่างนึง ซึ่งเด็กหนุ่มสาวยัง สืบทอดต่อกันมา คือ คืนก่อนวันเฉลิมฉลอง Lupercalia นั้นชื่อของเด็กสาวทุกคนจะถูกเขียนลงในเศษกระดาษเล็ก ๆ และจะใส่เอาไว้ในเหยือก เด็กหนุ่มแต่ละคนจะดึงชื่อของเด็กสาวออกจากเหยือก แล้วหลังจากนั้นก็จะจับคู่กันในงานเฉลิมฉลอง บางครั้งการจับคู่นี้ ท้ายที่สุดก็จะจบลงด้วยการ ที่เด็กหนุ่มและเด็กสาวทั้งสองนั้นได้ตกหลุมรักกันและแต่งงานกันในที่สุด
ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง (Claudius II) นั้น กรุงโรมได้เกิดสงครามหลายครั้ง และคลอดิอุสเองก็ประสบกับปัญหาในการที่จะหาทหารจำนวนมากมายมหาศาลมาเข้าร่วมในศึกสงคราม และเขาเชื่อว่าเหตุผลสำคัญก็คือ ผู้ชายโรมันหลายคนไม่ต้องการจากครอบครัวและคนอันเป็นที่รักไป และด้วยเหตุผลนี้เอง ทำให้จักรพรรดิคลอดิอุสประกาศให้ยกเลิกงานแต่งงานและงานหมั้นทั้งหมดในกรุงโรม ถึงกระนั้นก็ตาม ยังมีนักบุญผู้ใจดีคนหนึ่งซึ่งชื่อว่า ท่านนักบุญ " วาเลนไทน์ " ท่านเป็นพระที่กรุงโรมในสมัยของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สองท่าน นักบุญ วาเลนไทน์ และนักบุญ มาริอุส ได้จัดตั้งกลุ่มองค์กรเล็กๆ เพื่อช่วยเหลือชาวคริสเตียนที่ตกทุกข์ได้ยากเหล่านี้ และได้จัดให้มีการแต่งงานของคู่รักอย่างลับๆด้วย
และจากการกระทำเหล่านี้เอง ทำให้ นักบุญ วาเลนไทน์ ถูกจับและถูกตัดสินประหารโดยการตัดศรีษะ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ประมาณปีคริสต์ศักราชที่ 270 ซึ่งถือเป็นวันที่ท่านได้ทนทุกข์ทรมานและเสียสละเพื่อเพื่อนมนุษย์
.. ทำไมจึงชื่อ " วันวาเลนไทน์ " ..
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น วันวาเลนไทน์ ซึ่งพวกหนุ่มสาวมักจะรีบไปซื้อบัตรส่งทักทายกันส่งใจถึงกัน นับเป็นความนิยมมากขึ้น ประเพณีนี้เข้ามาสู่ประเทศไทยทีละเล็กละน้อย และดูเหมือนจะเป็นที่นิยมมากขึ้นทุกปี เป็นประเพณีที่หนุ่มสาวนิยมกันมากเป็นพิเศษที่สหรัฐอเมริกาและที่ประเทศอังกฤษ
ทำไมจึงมีชื่อว่า “ วันวาเลนไทน์ ” และความหมายที่แท้จริงของวันนี้คืออะไร? และมาจากไหน?
นักบุญ วาเลนไทน์ (Valentine) เป็นสงฆ์คาทอลิกองค์หนึ่งที่ได้ถูกประหารชีวิตในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ คริสตศักราช 270 ในสมัยพระเจ้าจักรพรรดิโรมัน เกลาดิอุส ที่ 2 ( Clanoius) โดยแท้จริงแล้วท่านนักบุญไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเพณีการเลือกคู่ หรือหาคู่ หรือหาแฟน หรือความรัก ความสนใจระหว่างหนุ่มสาว ท่านก็ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องด้วยเลย ถ้าเช่นนั้นแล้ว ทำไมจึงเลือกนักบุญองค์นี้มาเป็นองค์อุปถัมภ์สำหรับผู้ที่กำลังหาคู่ เลือกคู่หรือเลือกแฟนกันได้เล่า ? เหตุผลที่ค้นพบได้ก็คือ ที่มาของวันวาเลนไทน์ ไม่ขึ้นอยู่กับคนผู้นี้ แต่ขึ้นอยู่กับวันที่ 14 กุมภาพันธ์
ประเพณีเลือกคู่ หรือหาคู่นี้มีมาแต่โบร่ำโบราณในทุกชาติ ดูเหมือนกับว่าได้เกิดขึ้นพร้อมกับวิวัฒนาการของมนุษย์ก็ว่าได้ ประเพณี วาเลนไทน์ นี้ก็มีต้นเหตุหรือ ที่มาสมัยที่จักรวรรดิโรมันแผ่อิทธิพลไปทั่ว ชาวโรมันสมัย โบราณมีการฉลองเทพเจ้าองค์หนึ่งชื่อ ลูแปร์คูส (Lupercus) ซึ่งตรงกับวันที่ 15 กุมภาพันธ์ และถือว่าเป็นการฉลองใหญ่ ส่วนหนึ่งของการฉลองใหญ่นี้ก็จะเป็นการจัดงานหาคู่ของพวกหนุ่มสาว ซึ่งจัดขึ้นในวันก่อนวันฉลองใหญ่ 1 วัน คือวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นี้จะถือโอกาสให้พวกหนุ่มสาวเสนอตัวเป็นคนรักกันชั่วระยะเวลา 1 ปี ช่วงนี้จะเรียกว่าเป็นช่วงทดลองมิตรภาพเพื่อดูว่าทั้งคู่จะมีนิสัยใจคอเข้ากันได้หรือไม่ ชาวโรมันเป็นคนศรัทธาในเทพเจ้า และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ก็มีความเชื่อกันว่าพวกตนมีเทพเจ้าองค์หนึ่งซึ่งเขาขอให้เป็นผู้ดูแลความรักของเขาในระหว่างช่วงระยะเวลาการทดลองเป็นคู่รักกัน 1 ปี นั้น เทพเจ้าองค์นี้เป็นหญิงชื่อเทพธิดา Juno Februata ซึ่งตาม เทพนิยายของชาวโรมันเป็นมเหสีของ Jupiter องค์มหาเทพเจ้าทั้งหลาย
ครั้นต่อมา เมื่อชาวโรมันส่วนใหญ่กลับใจมาถือศาสนาคริสต์ (ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 4 ) ประเพณีของหนุ่มสาวที่จะหาคู่เพื่อทดลองเป็นคนรักกัน เพื่อจะแต่งงานกันในเวลาต่อไปนั้นก็ยังนิยมทำกันอยู่ แม้ว่าจะเป็นคริสตชนแล้วก็ตาม ฉะนั้นเขาก็ยังรักษาประเพณีการเลือกคู่ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นั้นอยู่ตลอดมา เพียงแต่ว่าหนุ่มสาว โรมันชาวคริสต์ได้หันมาเปลี่ยนตัวผู้อุปถัมภ์องค์ใหม่ เพราะคริสตชนไม่นับถือเทพเจ้าหรือเทพธิดาอย่างกาลก่อน เขาจึงหันมาเลือกหานักบุญในคริสตศาสนาที่มี วันฉลองในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งก็มี นักบุญวาเลนไทน์องค์นี้เอง จึงขอยืมชื่อท่านมาเป็นองค์อุปถัมภ์แทนเทพเจ้าเดิมของชาวโรมัน เรื่องราวความเป็นมามีดังนี้ ฉะนั้นถ้าท่านนักบุญมีชีวิตอยู่ท่านอาจรู้สึกงงงวยในตำแหน่งที่หนุ่มสาวได้เลือกตั้งและแต่งตั้งให้ท่านเป็นผู้อุปถัมภ์ โดยที่ท่านไม่ได้รู้เรื่องทางโลกของหนุ่มสาวด้วยเลยแม้แต่น้อย
ความรักระหว่างหนุ่มสาวนั้นอาจจะเผชิญกับอันตรายบางอย่าง และอาจจะเป็นโอกาสให้พลังและความรักนั้นทำลายความสัมพันธ์อันสูงส่งระหว่างหนุ่มสาวนั้นเอง ความหมายของการมี วันวาเลนไทน์ นี้ก็คือการช่วยหนุ่มสาวหาวิธีการเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันด้วยใจบริสุทธิ์
ความหมายเห็นได้ชัดในคำว่า “You are my Valentine” ที่มักจะเขียนลงในบัตรส่งใจถึงกันและกัน ประโยคตามความหมายเดิม หมายถึงว่า “ข้าพเจ้าขอเสนอตัวเป็นเพื่อนสนิทของท่านในช่วงเวลา 1 ปี และข้าพเจ้าพร้อมที่จะตกลงแต่งงานกับท่าน ถ้ามิตรภาพของเรานี้เป็นสิ่งที่ยืนยง”
ลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มสาวที่จะช่วยให้ก้าวหน้าในความรักที่แท้จริงนั้น ก็ควรจะประกอบด้วย 3 ข้อด้วยกัน ดังนี้
1. ให้รู้จักกันทั้งในด้านดี ในด้านเสีย และข้อผิดพลาดซึ่งต่างก็มีอยู่ และยอมรับซึ่งกันและกันในข้อเหล่านั้น
2. ให้เคารพและเห็นใจกัน โดยเสียสละต่อกันเพื่อให้คนรักของตนได้รับความดี และความสุขใจในทางที่บริสุทธิ์งดงาม
3. ให้มีการปรับปรุง และเปลี่ยนนิสัยของตนในส่วนที่บกพร่อง เพื่อจะอยู่กันด้วยความสุขในอนาคต
ลักษณะทั้งสามดังกล่าวนี้ คงจะเป็นประโยชน์สำหรับหนุ่มสาวไทยไม่เฉพาะ ในวันวาเลนไทน์หรือสำหรับกลุ่มที่นิยมประเพณีต่างประเทศเท่านั้น แต่สำหรับทุกคู่ที่แสวงหาวิธีการเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันอัน จะนำไปสู่ความรักที่มั่นคงและยั่งยืนชั่วชีวิต
.. คิวปิด ..
คนทั่วไปรู้จัก คิวปิด ในภาพของเด็กน่ารักที่มีปีก มือถือคันธนูกับลูกศรและมีชื่อเสียงในเรื่องการยิงศรรักปักหัวใจของใครต่อใคร ศรรักของ คิวปิด หมายถึงความปรารถนาและอารมณ์แห่งความรัก คิวปิด จะเล็งลูกศรไปที่พระเจ้าและมนุษย์เพื่อทำให้พระเจ้ากับมนุษย์รักกัน
คิวปิดมักจะมีบทบาทในการเฉลิมฉลองความรัก ในกรีกโบราณ คิวปิด เป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า เอโรส ลูกชาย แอฟโพไดท์ เทพธิดาแห่งความรักและความสวยงามแต่สำหรับพวกโรมัน เขาคือ คิวปิด และแม่ของเขาคือ วีนัส
มีเรื่องน่าสนใจพอสมควรเกี่ยวกับ คิวปิด และ ไซคี เจ้าสาวของเขาในเทพนิยายโรมัน ผมขอแนะนำผู้อ่านให้รู้จักคู่รักของ คิวปิด สักนิดนะครับว่าเธอเป็นเทพธิดารูปงามในนิยายกรีกโบราณมีปีกเป็นผีเสื้อ และเพราะความงามนี้เองที่ทำให้ วีนัส อิจฉา นางจึงได้สั่ง คิวปิด ให้ลงโทษว่าที่ลูกสะใภ้เสีย แต่ คิวปิด ตกหลุมรักเธอเกินกว่าที่จะทำตามความต้องการของแม่ ดังนั้น แทนที่จะลงโทษเธอ คิวปิด กลับเอาเธอเป็นภรรยาเสียเลย แต่เนื่องจาก ไซคี มิได้เป็นอมตะ เธอจึงถูกห้ามมิให้มองเขา (ตรงนี้ผมไม่ทร าบเหมือนกันนะครับว่าเป็นไปได้อย่างไรที่ได้เธอเป็นภรรยาแล้วภรรยามองไม่ได้ แต่อย่าไปคิดอะไรมากนะครับ เพราะเทพนิยายฝรั่งก็ไม่แตกต่างอะไรไปจากละครน้ำเน่าบ้านเรา)
หลังจากตกเป็นภรรยาของ คิวปิด แล้ว ไซคี ก็มีความสุขเรื่อยมา (ก็แหงละ) จนกระทั่งพี่สาวของเธอได้รบเร้าให้เธอมอง คิวปิด ทันทีที่เธอมอง คิวปิด คิวปิด ก็ลงโทษเธอด้วยการทิ้งเธอไปทันที พร้อมกันนั้นปราสาทและสวนอันสวยงามของเธอก็ต้องมลายหายไปด้วย หลังจากนั้นไซคี ก็พบว่าตัวเองอยู่ตามลำพังในทุ่งโล่งแห่งหนึ่งซึ่งไม่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตอื่นๆหรือ คิวปิด ปรากฏให้เห็นเลย
ในขณะที่เธอออกเดินทางค้นหาคนรักของเธอนั้น เธอก็มาถึงวิหารของ วีนัส โดยบังเอิญ เมื่อ วีนัส เทพธิดาแห่งความรักพบว่า ไซคี ยังมีชีวิตอยู่ เธอก็ปราถนาที่จะ ทำลาย ไซคี ด้วยการให้งานที่หนักและอันตรายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ งานสุดท้ายที่ ไซคี ได้รับมิใช่งานขับเครื่องบินชนตึกเวิร์ลเทรดครับ หากแต่เธอได้รับกล่องใบหนึ่งมาและได้ถูกสั่งให้ลงไปยังใต้โลกเพื่อเอา ความงามของ โพรเซอร์พีน ภรรยาของ พลูโต ใส่กล่องใบนี้มา ในระหว่างที่เธอเดินทางอยู่นั้น เธอก็ได้รับคำแนะนำให้รู้จักการหลีกเลี่ยงอันตรายจากอาณาจักรแห่งความตาย นอกจากนั้นแล้ว เธอยังได้ถูกเตือนมิให้เปิดกล่องใบนั้นอีกด้วย แต่เพราะทนไม่ไหวหรือเพราะความอยากรู้อยากเห็นหรืออะไรก็ไม่ทราบ เธอได้เปิดกล่องใบนั้น แต่แทนที่จะพบกับความงาม เธอกลับต้องหลับเป็นตาย
ต่อมา คิวปิด ได้มาพบร่างอันไร้ชีวิตของเธอบนพื้นดิน เขาจึงได้นำเอาอาการหลับเป็นตายออกจากร่างของเธอและนำมันไปเก็บไว้ในกล่อง หลังจากนั้น คิวปิด ก็ได้ให้อภัยเธอเช่นเดียวกับ วีนัส เมื่อเทพเจ้าทั้งหลายเห็นความรักที่เธอมีต่อ คิวปิด จึงได้ตั้งให้เธอเป็นเทพธิดาองค์หนึ่ง
ปัจจุบันนี้รูป คิวปิด แผลงศรเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักที่ผู้คนมักนิยมใช้กัน และเมื่อศรรักของ คิวปิด พุ่งโดนหัวใจหนุ่มสาวคนใดในวันวาเลนไทน์ หนุ่มสาวคนนั้นก็จะออกอาการ "สติวปิ้ด" จากศรรักของ คิวปิด ขึ้นมาทันที อาการนี้จะเห็นได้จากการส่งดอกกุหลาบสีแดง ส่งช็อคโกแล็ต การส่งบัตรอวยพรและอื่นๆ อีกครับ
หมายเหตุท้ายบท : "สติวปิ้ด" เป็นภาษาอังกฤษแปลว่า "โง่" ครับ เหมือนคำบางคำที่เราอาจเคยได้ยินว่า "ความรักบางครั้งก็ทำให้คนตาบอด และ มองไม่เห็นข้อบกพร่องของคนที่เรารัก"
อ่านตำนานของเทพ อีรอส(Eros) หรือคิวปิด(Cupid)ฉบับเต็มได้ที่นี่
.. ดอกไม้ " วันวาเลนไทน์ " ..
มนุษย์ได้ใช้ดอกไม้เป็นสื่อในการแสดงความรักต่อกันมานานแล้ว เราอาจจะคิดว่าดอกไม้เป็นสิ่งที่สามารถใช้สื่อความหมายเฉพาะความรักของหนุ่มสาวเท่านั้น แต่แท้จริงแล้ว ดอกไม้แต่ละชนิดสามารถสื่อความรักได้หลาย รูปแบบ ทั้งยังไม่จำกัดอายุและเพศอีกด้วย
กุหลาบตูม หมายถึง ความรักและความเยาว์วัย
กุหลาบบาน หมายถึง ความรักที่กำลังเบ่งบาน ความอ่อนหวาน สดชื่น
กุหลาบดำ หมายถึง ความรักนิรันดร์
กุหลาบแดง (red rose) : จะใช้ในความหมายแทน ประโยคที่ว่า "ฉันรักเธอ" การให้ดอกกุหลาบแดงกับคนที่รักความ หมายถึงความรักอันลึกซึ้ง จริงจัง กุหลาบแดงจึงมักจะเป็นดอกไม้ ที่ชายหนุ่มให้หญิงสาวที่ตนเองตั้งใจจะใช้ชีวิตร่วมกัน
กุหลาบขาว (white rose) : สีขาวเป็นสีแห่งความบริสุทธ์ กุหลาบขาวจึงแทนความหมายแห่งความรักอันบริสุทธิ์ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน ดังนั้นมันจึงสามารถใช้แทนความรักของคนต่างวัย ความรักต่อพ่อแม่ เพื่อน หรือคนที่เรารู้สึกดีด้วยอย่างบริสุทธิ์ใจได้
กุหลาบชมพู (pink rose) : มักถูกใช้แทนความรักแบบโรแมนติก และความเสน่หาต่อกัน การให้ดอกกุหลาบสีชมพูสามารถแสดงถึงความรัก ที่กำลังเริ่มงอกงามในใจ และสามารถพัฒนาต่อไปเป็นความรักที่ลึกซึ้งได้
กุหลาบเหลือง (yellow rose) : สีเหลืองเป็นสีแห่งความสดใส กุหลาบสีเหลืองถูกใช้สำหรับแทนความรักแบบเพื่อน และความ สนุกสนานรื่นเริงจึงมักจะนำมันมาประดับตะกร้าสำหรับเยี่ยมผู้ป่วย เพื่อทำให้คนป่วยรู้สึกสดชื่นรื่นเริงขึ้นนั่นเอง
สำหรับดอกไม้อื่น ๆ ที่ถูกมาใช้แทนความหมายแห่งความรักก็มี ดอกทิวลิบสีแดง (red tulib) ชาวตะวันตกใช้มันแทนการประกาศความรัก อย่างเปิดเผย คล้าย ๆ กับดอกกุหลาบแดง
ดอกคาร์เนชั่นสีชมพู (pink carnation) ใช้สื่อความหมายว่า "ถึงอย่างไรผมก็ยังรักคุณ" หรือ "คุณยังอยู่ในหัวใจฉันเสมอ"
ดอกลิลลี่สีขาว (white lilly) แสดงความรักแบบบริสุทธ์ เช่นเดียวกันกับดอกกุหลาบขาว นอกจากนั้นลิลลี่สีขาวยังแสดงถึงความรักแบบอ่อนหวานจริงใจ และเทอดทูน และมักถูกใช้แทนประโยคที่ว่า "ฉันรู้สึกดี ๆ ที่ได้ได้รู้จัก และอยู่ใกล้คุณ "
สำหรับดอก forget-me-not มีความหมายตรงตัวคือได้โปรดอย่าลืมฉัน และอย่าลืมความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีให้กัน
มาถึงดอกไม้ที่เห็นได้ทั่วไปในบ้านเราบ้างดอกทานตะวัน (sunflower) มีความหมายถึงความรักแบบคลั่งไคล้ ความรักแบบบูชา แต่สำหรับชาวตะวันตก ดอกทานตะวันจะหมายถึงความเข้มแข็งอดทน จึงสามารถใช้แทนความรักที่ต้องฝ่าฟันกว่าจะได้ความรักมา
จะเห็นได้ว่าดอกไม้เป็นประดิษฐกรรมทางธรรมชาติที่มนุษย์เรานำมาใช้เป็นสื่อแทนความหมาย แห่งความรักได้หลายรูปแบบ การมอบดอกไม้ให้กับคนที่เรามีความรู้สึกพิเศษจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ... Vlentine นี้คุณมีดอกไม้ในใจที่จะให้คนที่คุณรักแล้วหรือยัง
วันวาเลนไทน์ในประเทศญี่ปุ่น วันวาเลนไทน์กับชอคโกแลต ช๊อกโกแล็ต
.. ชอคโกแลตกับวันวาเลนไทน์ ..
ในวันวาเลนไทน์ที่ประเทศญี่ปุ่น ฝ่ายหญิงนิยมที่จะมอบชอคโกแลตให้กับฝ่ายชาย (ส่วนผู้ชายจะมอบของขวัญตอบแทนให้กับผู้หญิงในวันที่ 14 มีนาคม ซึ่งเรียกวันนั้นว่า White Day หรือ วันสีขาว) ความนิยมการมอบชอคโกแลตนั้นเกิดขึ้นมาจากการใช้เครื่องมือทางการตลาดของบริษัทผลิตชอคโกแลต ผู้หญิงญี่ปุ่นถูกกระตุ้นให้บอกรักอย่างชัดเจนกับผู้ชายโดยการมอบชอคโกแลตและของขวัญชนิดอื่นในวันที่ 14 กุมภาของทุกปี
ร้านขายของชำ ห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อจะขายชอคโกแลตที่หลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็น ชอคโกแลตที่ผลิตในประเทศหรือนำเข้ามาจากต่างประเทศ มากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดขายชอคโกแลตทั้งปีนั้น จะมาจากช่วงวันวาเลนไทน์ เหตุก็เพราะผู้หญิงแดนอาทิตย์อุทัยจะซื้อชอคโกแลตเพื่อแจกให้กับทั้งเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า เพื่อนชาย พี่ชาย คุณพ่อ สามี แฟน และผู้ชายที่เธอรู้จักและมีความยินดีที่จะมอบให้
ชอคโกแลตที่มอบให้กับผู้ชายที่เธอไม่ได้หลงรัก ถูกเรียกว่า “giri-choco” (แปลว่า ชอคโกแลตที่ให้ตามหน้าที่ หรือ ชอคโกแลตตามมารยาท) เช่น ชอคโกแลตที่มอบให้กับเพื่อนร่วมงาน หรือกับหัวหน้างานเป็นต้น
ผู้ชายส่วนใหญ่จะรู้สึกอับอายอย่างมาก ถ้าพวกเขาไม่ได้รับชอคโกแลตในวันนี้ ผู้หญิงจึงพยายามมอบ giri-choco กับผู้ชายที่รู้จักทุกคน เพียงเพื่อไม่ให้ผู้ชายต้องมีความรู้สึกว่าตัวเขานั้นไม่ได้รับการใส่ใจ ราคาโดยเฉลี่ยของ giri-choco ตกประมาณอันละ 100 – 300 เยน
ผู้หญิงบางกลุ่มมีแนวโน้มที่จะให้ของขวัญพิเศษกับคนที่ตนรัก เช่น เนคไทค์ และเสื้อผ้าควบคู่ไปกับชอคโกแลตด้วย ชอคโกแลตประเภทนี้จะเรียกว่า "honmei-choco." (แปลว่า ผู้ชนะที่คาดหวังไว้ prospective winner) Honmei-choco จะมีราคาที่แพงกว่า giri-choco และบางครั้งจะเป็นชอคโกแลตทำเอง ซึ่งผู้ชายที่ได้รับนั้นถือว่าโชคดีมาก
ชอคโกแลตญี่ห้อดังของญี่ปุ่นได้แก่ Glico, Meiji และ Morinaga แต่ผู้ชายบางคนมักจะพอใจกับชอคโกแลตทำเองมากกว่า เพราะมันจะแสดงออกถึงความตั้งใจของคนทำนั่นเอง
วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
ประโยชน์ของผัก
ผักใบเขียวเข้ม เช่น ตำลึง ผักหวาน ผักบุ้ง คะน้า ผักสีเหลือง และสีส้ม เช่นฟักทองและแครอทจะเป็นแหล่งอาหารที่มีแคโรทีนสูง ซึ่งแคโรทีนนี้สามารถเปลี่ยน เป็นวิตามินเอได้ ซึ่งช่วยในการเสริมสร้างภูมิต้านทานโรค ต่อต้านโรคติดเชื้อระบบ ทางเดินหายใจ และทางเดินอาหาร ทั้งยังช่วยป้องกันโรคตาบอดกลางคืนหรือโรค ตาฟางอีกด้วย สำหรับแคโรทีน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เบตาแคโรทีนที่ มีอยู่ในผักใบ เขียวเข้ม ผักสีเหลือง สีส้มดังกล่าวแล้วนั้น เชื่อกันว่า สามารถป้องกันการเกิดมะเร็งได้ เช่นกัน นอกจากผักจะเป็นแหล่งอาหารที่มีวิตามินเอแล้ว ยังเป็นแหล่งอาหารที่มีวิตามินซีอีก ด้วย ซึ่งนอกจากจะป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน แล้วยังช่วยป้องกันไม่ให้เป็นหวัดได้ง่าย และขณะนี้พบว่า ทั้งเบตาแคโรทีนและวิตามินซี สามารถป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้ ดังนั้นการบริโภคผักเป็นประจำจะมีส่วนช่วยในการควบคุมระดับไขมันในเลือด และช่วยป้องกันโรคหัวใจ เนื่องจากเส้นเลือดอุดตันได้ นอกจากจะมีวิตามินดังกล่าวแล้ว ยังมีแร่ธาตุต่างๆ อีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โพแทสเซียม แมกนีเซียม โซเดียม ซึ่งมีกลไก เกี่ยวข้องกับระดับไหลเวียนของโลหิตและการทำงานของกล้ามเนื้อเรียบ ส่วนธาตุเหล็ก ที่มีในผักใบเขียวเข้มนั้นจะช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง และป้องกันโรคโลหิตจาง
ผักใบเขียวเข้ม เช่น ตำลึง ผักหวาน ผักบุ้ง คะน้า ผักสีเหลือง และสีส้ม เช่นฟักทองและแครอทจะเป็นแหล่งอาหารที่มีแคโรทีนสูง ซึ่งแคโรทีนนี้สามารถเปลี่ยน เป็นวิตามินเอได้ ซึ่งช่วยในการเสริมสร้างภูมิต้านทานโรค ต่อต้านโรคติดเชื้อระบบ ทางเดินหายใจ และทางเดินอาหาร ทั้งยังช่วยป้องกันโรคตาบอดกลางคืนหรือโรค ตาฟางอีกด้วย สำหรับแคโรทีน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เบตาแคโรทีนที่ มีอยู่ในผักใบ เขียวเข้ม ผักสีเหลือง สีส้มดังกล่าวแล้วนั้น เชื่อกันว่า สามารถป้องกันการเกิดมะเร็งได้ เช่นกัน นอกจากผักจะเป็นแหล่งอาหารที่มีวิตามินเอแล้ว ยังเป็นแหล่งอาหารที่มีวิตามินซีอีก ด้วย ซึ่งนอกจากจะป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน แล้วยังช่วยป้องกันไม่ให้เป็นหวัดได้ง่าย และขณะนี้พบว่า ทั้งเบตาแคโรทีนและวิตามินซี สามารถป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้ ดังนั้นการบริโภคผักเป็นประจำจะมีส่วนช่วยในการควบคุมระดับไขมันในเลือด และช่วยป้องกันโรคหัวใจ เนื่องจากเส้นเลือดอุดตันได้ นอกจากจะมีวิตามินดังกล่าวแล้ว ยังมีแร่ธาตุต่างๆ อีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โพแทสเซียม แมกนีเซียม โซเดียม ซึ่งมีกลไก เกี่ยวข้องกับระดับไหลเวียนของโลหิตและการทำงานของกล้ามเนื้อเรียบ ส่วนธาตุเหล็ก ที่มีในผักใบเขียวเข้มนั้นจะช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง และป้องกันโรคโลหิตจาง
การเปลี่ยนแปลงของโลกสมัยใหม่
การเปลี่ยนแปลงและการก้าวเดินของโลกใน ศตวรรษที่ 15 คือ มิได้ส่งผลกระทบต่อโลกในมิติใดมิติหนึ่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่ยังส่งผลกระทบต่อ โลก ในระบบต่าง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ศาสนาศิลปวัฒนธรรม, ระบบการเมืองและเศรษฐกิจ, สำนึกคิดของคนในยุคสมัยของความเป็นสมัยใหม่ การเปลี่ยนแปลงอันบันดาลมีเหล่านี้ได้ทำให้โลกได้เกิด โลกทัศน์ทางความคิดสมัยใหม่ ภายใต้ศตวรรษที่ 15 คือ โลกทัศน์ของความเป็นสมัยใหม่
คำว่า สมัยใหม่ มิใช่เป็นคำพูดที่กล่าวขึ้นมาอย่างลอย ๆ หรือ ทึกทักกันเอาเอง หากแต่คำว่า สมัยใหม่ คำนี้ได้ก่อเกิดมาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ มากมาย และที่สำคัญอาจจะกล่าวได้ว่า คำว่า สมัยใหม่ คือ วาทกรรมการสร้างโลกสมัยใหม่ ทำไมจึงกล่าวเช่นนี้ สิ่งหนึ่งที่เราจะพบก็คือว่าจากการเปลี่ยนแปลงภายใต้วาทกรรมนี้ คือ การพยายามจัดสร้างกฎระเบียบใหม่ของโลก ( New World Order ) และ ภายใต้กฎระเบียบใหม่ได้สร้างโลกทั้งโลกให้เปลี่ยนไปจากเดิม เปลี่ยนจากยุคแห่งความมืด ไปสู่ยุคแห่งแสงสว่าง จนนำไปสู่การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ กระทั้งเรื่อยมาสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรม และในท้ายที่สุดนำไปสู่การปฏิวัติทางเทคโนโลยี
การเปลี่ยนแปลงและการก้าวเดินของโลกใน ศตวรรษที่ 15 คือ มิได้ส่งผลกระทบต่อโลกในมิติใดมิติหนึ่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่ยังส่งผลกระทบต่อ โลก ในระบบต่าง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ศาสนาศิลปวัฒนธรรม, ระบบการเมืองและเศรษฐกิจ, สำนึกคิดของคนในยุคสมัยของความเป็นสมัยใหม่ การเปลี่ยนแปลงอันบันดาลมีเหล่านี้ได้ทำให้โลกได้เกิด โลกทัศน์ทางความคิดสมัยใหม่ ภายใต้ศตวรรษที่ 15 คือ โลกทัศน์ของความเป็นสมัยใหม่
คำว่า สมัยใหม่ มิใช่เป็นคำพูดที่กล่าวขึ้นมาอย่างลอย ๆ หรือ ทึกทักกันเอาเอง หากแต่คำว่า สมัยใหม่ คำนี้ได้ก่อเกิดมาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ มากมาย และที่สำคัญอาจจะกล่าวได้ว่า คำว่า สมัยใหม่ คือ วาทกรรมการสร้างโลกสมัยใหม่ ทำไมจึงกล่าวเช่นนี้ สิ่งหนึ่งที่เราจะพบก็คือว่าจากการเปลี่ยนแปลงภายใต้วาทกรรมนี้ คือ การพยายามจัดสร้างกฎระเบียบใหม่ของโลก ( New World Order ) และ ภายใต้กฎระเบียบใหม่ได้สร้างโลกทั้งโลกให้เปลี่ยนไปจากเดิม เปลี่ยนจากยุคแห่งความมืด ไปสู่ยุคแห่งแสงสว่าง จนนำไปสู่การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ กระทั้งเรื่อยมาสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรม และในท้ายที่สุดนำไปสู่การปฏิวัติทางเทคโนโลยี
พระธาตุหนองบัว
พระธาตุหนองบัว จ.อุบลราชธานี
วัดหนองบัว เป็นวัดราษฎร์ นิกายธรรมยุต อยู่อำเภอเมืองอุบลราชธานี ห่างจากศาลากลางจังหวัด ไปทางด้านทิศเหนือประมาณ 3 กิโลเมตร บนถนนธรรมวิถี แยกจากถนนชยางกูร ไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 500 เมตร สร้างเมื่อปี พ.ศ.2498 มีพื้นที่ทั้งหมด 50 ไร่ 1 งาน 19 ตารางวา เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่ง ของจังหวัดอุบลราชธานี ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ คือพระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ครบรอบ 25 ศตวรรษของพุทธศาสนาในปี พ.ศ. 2500 พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์นั้น ได้จำลองแบบมาจากเจดีย์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รอบองค์พระธาตุเป็นกำแพงแก้ว ซึ่งทั้ง 4 มุม ของกำแพงแก้ว ได้ประดิษฐานพระเจดีย์ขนาดเล็กอีก 4 องค์ ภายในองค์พระธาตุมีประตูทางเข้าทั้ง 4 ด้าน พระธาตุองค์เดิมมีขนาดกว้างด้านละ 5 เมตร สูงประมาณ 17 เมตร เมื่อสร้างใหม่ครอบองค์เดิม คือพระบรมธาตุที่เห็นในปัจจุบัน มีขนาดใหญ่มาก ฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 17 เมตร สูง 56 เมตร เสร็จสมบูรณ์ในปี 2512 ด้านหลังของพระบรมธาตุ เป็นที่ตั้งของศาลาการเปรียญ ซึ่งใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและประเพณี กลุ่มของฆราวาสจะรวมกันอยู่ด้านหลัง ซึ่งเป็นกุฏิที่สร้างอยู่ในสภาพแวดล้อมธรรมชาติ ซึ่งเป็นป่าโปร่ง ส่วนกุฏิของแม่ชี จะแยกพื้นที่ไปอย่นอกวัด
พระธาตุหนองบัว จ.อุบลราชธานี
วัดหนองบัว เป็นวัดราษฎร์ นิกายธรรมยุต อยู่อำเภอเมืองอุบลราชธานี ห่างจากศาลากลางจังหวัด ไปทางด้านทิศเหนือประมาณ 3 กิโลเมตร บนถนนธรรมวิถี แยกจากถนนชยางกูร ไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 500 เมตร สร้างเมื่อปี พ.ศ.2498 มีพื้นที่ทั้งหมด 50 ไร่ 1 งาน 19 ตารางวา เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่ง ของจังหวัดอุบลราชธานี ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ คือพระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ครบรอบ 25 ศตวรรษของพุทธศาสนาในปี พ.ศ. 2500 พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์นั้น ได้จำลองแบบมาจากเจดีย์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รอบองค์พระธาตุเป็นกำแพงแก้ว ซึ่งทั้ง 4 มุม ของกำแพงแก้ว ได้ประดิษฐานพระเจดีย์ขนาดเล็กอีก 4 องค์ ภายในองค์พระธาตุมีประตูทางเข้าทั้ง 4 ด้าน พระธาตุองค์เดิมมีขนาดกว้างด้านละ 5 เมตร สูงประมาณ 17 เมตร เมื่อสร้างใหม่ครอบองค์เดิม คือพระบรมธาตุที่เห็นในปัจจุบัน มีขนาดใหญ่มาก ฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 17 เมตร สูง 56 เมตร เสร็จสมบูรณ์ในปี 2512 ด้านหลังของพระบรมธาตุ เป็นที่ตั้งของศาลาการเปรียญ ซึ่งใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและประเพณี กลุ่มของฆราวาสจะรวมกันอยู่ด้านหลัง ซึ่งเป็นกุฏิที่สร้างอยู่ในสภาพแวดล้อมธรรมชาติ ซึ่งเป็นป่าโปร่ง ส่วนกุฏิของแม่ชี จะแยกพื้นที่ไปอย่นอกวัด
เทพีวีนัส
... เทวีองค์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์มากที่สุดได้แก่เทวีอโฟรไดที่ (Aphrodite)หรือ วีนัส (Venus)ซึ่งเป็นเจ้าแม่ครองความรักและความงามสามารถ สะกดเทพและมนุษย์ทั้งปวงให้ลุ่มหลงทั้งอาจจะลบสติปัญญาของผู้ฉลาดให้ตกอยู่ ในความโฉดเขลาไปได้ และเจ้าแม่จะคอยหัวเราะเยาะบรรดาผู้ที่ตก อยู่ในอำนาจแห่งความเย้ายวนของเจ้าแม่ร่ำไปหากจะสืบสาวต้นกำเนิดของอโฟร์ได ที่อาจต้องสืบสาวไปไกลกว่าตำนานของกรีกเสียอีก เนื่องจากเจ้าแม่มีต้นกำเนิดมาจากดินแดนซีกโลกตะวันออก ว่ากันว่าเจ้าแม่เป็นเทวีองค์แรกเริ่มของชน ชาติฟีนีเซีย ที่มาตั้งอาณานิคม มากมาย ในดินแดนตะวันออกแถบตะวันออกกลาง ทราบกันมาว่าเจ้าแม่ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเทวีของชาวอัสสิเรีย กับบาบิโลเนีย ที่มีนามว่า อีชตาร์ และก็ยังเป็น อันหนึ่งอันเดียวกับเทวีของชาวไซโรฟีนิเซี่ยน ผู้มีนามว่า แอสตาร์เต (Astarte)จึงนับได้ว่าเป็น เทวีที่มีความสำคัญมากมาแต่ดึกดำบรรพ์ตามมหากาพย์อิเลียดของโฮเมอร์เทวีอโฟร ไดที่เป็นเทพธิดาของซูส เกิดกับนางอัปสรไดโอนี (Dione)แต่บทกวีนิพนธ์ชั้นหลัง ๆ กล่าวว่า เจ้าแม่ ผุดขึ้นจากฟอง ทะเล เนื่องจากคำว่า Aphros อันเป็นที่มาของชื่อเจ้าแม่ใน �� าษากรีกแปลว่า " ฟอง " แหล่งกำเนิดของเจ้าแม่อยู่ในทะเลแถว ๆ เกาะ ไซเธอรา ( Cythera ) จากนั้น เจ้าแม่ถูก คลื่นซัดไปจนถึงเกาะ ไซพรัส ( Cyprus ) อาศัยเหตุนี้ เกาะทั้งสองจึงกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เกี่ยวกับเจ้าแม่ และบางทีเจ้าแม่ก็มีชื่อเรียกตามชื่อเกาะทั้งสอง นี้ว่า ไซเธอเรีย (Cytherea) และ ไซเพรียน (Cyprian)ตามเรื่องที่เล่ากันแพร่หลายกล่าวว่า เมื่อเทวีอโฟรไดทีถูกคลื่นซัดไปติด ณ เกาะไซพรัสนั้นฤดูเทวีผู้รักษาทวารแห่งเขาโอลิมปัสลงมารับพาเจ้าแม่ขึ้นไป ยัง เทพส�� า เทพทุกคนในที่นั้นต่างตะลึงใน ความงามของเจ้าแม่ และต่างองค์ต่างก็อยากได้เจ้าแม่เป็นคู่ครอง แม้แต่ซูสเองก็อยากจะได้ แต่เจ้าแม่ไม่ยินดีด้วย ไท้เธอจึงโปรดประทานเจ้าแม่ให้แก่ ฮีฟีสทัส (Hephaestus)เทพรูปทรามผู้มีบาทอัน แปเป๋เป็นบำเหน็จรางวัลทดแทนความชอบ ในการที่ฮีฟีสทัส ประกอบอสนียบาตถวายและเป็นการลงโทษ เจ้าแม่ในเหตุที่ไม่ไยดีซูสไปในตัวด้วยแต่เทพองค์แรกที่เจ้าแม่พิศวาสและ ร่วมอ�� ิรมย์ด้วยคือ เอรีส (Ares)หรือ มาร์ส (Mars)ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งการสงคราม เทพบุตรของซูสเทพบดี เกิดกับ เจ้าแม่ ฮีรา ได้เป็นชู้สู่หากับเทวีอโฟรไดที่จนให้ประสูติบุตรสอง ธิดาหนึ่งรวมเป็นสาม มีนามตามลำดับว่า อีรอส (Eros)หรือ คิวพิด (Cupid)แอนติรอส (Anteros)เฮอร์ไมโอนี (Hermione)หรือ ฮาร์โมเนีย (Harmonia)นางเฮอร์ไมโอนีนั้นได้วิวาห์กับ แคดมัส (Cadmus)ผู้สร้างเมืองธีบส์ซึ่งเป็นพี่ ของนาง ยุโรปา ผู้ถูกซูสลักพาไปเป็นคู่ร่วมอ�� ิรมย์ ดังเล่ามาแล้วแต่ต้นว่ากันว่าแรกเริ่มเดิมทีก่อนที่จะกลายเป็นเทวีแห่งความ งามและความรักนั้นอโฟร์ไดที่เป็นเทวีแห่งความสมบูรณ์ มาก่อน เมืองที่นับถือเจ้าแม่มากที่สุดได้แก่ เมืองปาฟอสในไซปรัสและเมืองไซธีราในเกาะครีต นอกจากนั้นวิหารที่เล่าลือ ว่าโอ่อ่าที่สุดของซีกโลกทางด้านตะวันออกได้แก่ วิหารที่เมืองคนิดุส ในรัฐแคเรีย ( Caria )เมื่อเดินทางมาถึงกรีกก็มีผู้ศรัทธาเชื่อถือสร้างวิหารใหญ่ให้หลายแห่งรวม ทั้งกรุงเอเธนส์ซึ่งมีเทวีเอเธน่าเป็นเทพอุปถัม�� ์อยู่บนเนินอโครโปลิสอนึ่งชาวยุโรปทั่วไปเขาเชื่อกันมาเป็นเวลานานหลาย ศตวรรษด้วยว่า ในคราวที่บ้านหนึ่งบ้านใดกำลังจะมีเด็ก เจ้าแม่อโฟรไดที่จะให้นกกระสามาบินวนเวียน เหนือบ้านนั้น คตินี้กินความไปถึงว่า ถ้านกกระสาบินวนเหนือบ้านที่กำลังจะมีเด็กเกิด เด็กนั้นจะคลอดออกจากครร�� ์โดยง่ายและอยู่รอดด้วย แต่คตินี้ในที่สุดก็ เป็นเพียงข้อ อ้างที่พ่อแม่จะใช้ตอบลูกตอนโต ๆ เมื่อถูกถามว่าน้องเล็กเกิดมาแต่ไหน หรือตัวเกิดจากอะไรเท่านั้นเทวีอโฟร์ไดที่มีต้นเมอร์เทิลเป็นพฤกษาประจำองค์ สัตว์เลี้ยงของเจ้าแม่เป็นนก บ้างว่าเป็นนกเขา นกกระจอกบ้าง หงส์บ้าง ตามแต่กวีคนไหนจะชอบใจยกให้เป็น สัญลักษณ์ของเทวีแห่งความงามและความรัก
... เทวีองค์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์มากที่สุดได้แก่เทวีอโฟรไดที่ (Aphrodite)หรือ วีนัส (Venus)ซึ่งเป็นเจ้าแม่ครองความรักและความงามสามารถ สะกดเทพและมนุษย์ทั้งปวงให้ลุ่มหลงทั้งอาจจะลบสติปัญญาของผู้ฉลาดให้ตกอยู่ ในความโฉดเขลาไปได้ และเจ้าแม่จะคอยหัวเราะเยาะบรรดาผู้ที่ตก อยู่ในอำนาจแห่งความเย้ายวนของเจ้าแม่ร่ำไปหากจะสืบสาวต้นกำเนิดของอโฟร์ได ที่อาจต้องสืบสาวไปไกลกว่าตำนานของกรีกเสียอีก เนื่องจากเจ้าแม่มีต้นกำเนิดมาจากดินแดนซีกโลกตะวันออก ว่ากันว่าเจ้าแม่เป็นเทวีองค์แรกเริ่มของชน ชาติฟีนีเซีย ที่มาตั้งอาณานิคม มากมาย ในดินแดนตะวันออกแถบตะวันออกกลาง ทราบกันมาว่าเจ้าแม่ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเทวีของชาวอัสสิเรีย กับบาบิโลเนีย ที่มีนามว่า อีชตาร์ และก็ยังเป็น อันหนึ่งอันเดียวกับเทวีของชาวไซโรฟีนิเซี่ยน ผู้มีนามว่า แอสตาร์เต (Astarte)จึงนับได้ว่าเป็น เทวีที่มีความสำคัญมากมาแต่ดึกดำบรรพ์ตามมหากาพย์อิเลียดของโฮเมอร์เทวีอโฟร ไดที่เป็นเทพธิดาของซูส เกิดกับนางอัปสรไดโอนี (Dione)แต่บทกวีนิพนธ์ชั้นหลัง ๆ กล่าวว่า เจ้าแม่ ผุดขึ้นจากฟอง ทะเล เนื่องจากคำว่า Aphros อันเป็นที่มาของชื่อเจ้าแม่ใน �� าษากรีกแปลว่า " ฟอง " แหล่งกำเนิดของเจ้าแม่อยู่ในทะเลแถว ๆ เกาะ ไซเธอรา ( Cythera ) จากนั้น เจ้าแม่ถูก คลื่นซัดไปจนถึงเกาะ ไซพรัส ( Cyprus ) อาศัยเหตุนี้ เกาะทั้งสองจึงกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เกี่ยวกับเจ้าแม่ และบางทีเจ้าแม่ก็มีชื่อเรียกตามชื่อเกาะทั้งสอง นี้ว่า ไซเธอเรีย (Cytherea) และ ไซเพรียน (Cyprian)ตามเรื่องที่เล่ากันแพร่หลายกล่าวว่า เมื่อเทวีอโฟรไดทีถูกคลื่นซัดไปติด ณ เกาะไซพรัสนั้นฤดูเทวีผู้รักษาทวารแห่งเขาโอลิมปัสลงมารับพาเจ้าแม่ขึ้นไป ยัง เทพส�� า เทพทุกคนในที่นั้นต่างตะลึงใน ความงามของเจ้าแม่ และต่างองค์ต่างก็อยากได้เจ้าแม่เป็นคู่ครอง แม้แต่ซูสเองก็อยากจะได้ แต่เจ้าแม่ไม่ยินดีด้วย ไท้เธอจึงโปรดประทานเจ้าแม่ให้แก่ ฮีฟีสทัส (Hephaestus)เทพรูปทรามผู้มีบาทอัน แปเป๋เป็นบำเหน็จรางวัลทดแทนความชอบ ในการที่ฮีฟีสทัส ประกอบอสนียบาตถวายและเป็นการลงโทษ เจ้าแม่ในเหตุที่ไม่ไยดีซูสไปในตัวด้วยแต่เทพองค์แรกที่เจ้าแม่พิศวาสและ ร่วมอ�� ิรมย์ด้วยคือ เอรีส (Ares)หรือ มาร์ส (Mars)ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งการสงคราม เทพบุตรของซูสเทพบดี เกิดกับ เจ้าแม่ ฮีรา ได้เป็นชู้สู่หากับเทวีอโฟรไดที่จนให้ประสูติบุตรสอง ธิดาหนึ่งรวมเป็นสาม มีนามตามลำดับว่า อีรอส (Eros)หรือ คิวพิด (Cupid)แอนติรอส (Anteros)เฮอร์ไมโอนี (Hermione)หรือ ฮาร์โมเนีย (Harmonia)นางเฮอร์ไมโอนีนั้นได้วิวาห์กับ แคดมัส (Cadmus)ผู้สร้างเมืองธีบส์ซึ่งเป็นพี่ ของนาง ยุโรปา ผู้ถูกซูสลักพาไปเป็นคู่ร่วมอ�� ิรมย์ ดังเล่ามาแล้วแต่ต้นว่ากันว่าแรกเริ่มเดิมทีก่อนที่จะกลายเป็นเทวีแห่งความ งามและความรักนั้นอโฟร์ไดที่เป็นเทวีแห่งความสมบูรณ์ มาก่อน เมืองที่นับถือเจ้าแม่มากที่สุดได้แก่ เมืองปาฟอสในไซปรัสและเมืองไซธีราในเกาะครีต นอกจากนั้นวิหารที่เล่าลือ ว่าโอ่อ่าที่สุดของซีกโลกทางด้านตะวันออกได้แก่ วิหารที่เมืองคนิดุส ในรัฐแคเรีย ( Caria )เมื่อเดินทางมาถึงกรีกก็มีผู้ศรัทธาเชื่อถือสร้างวิหารใหญ่ให้หลายแห่งรวม ทั้งกรุงเอเธนส์ซึ่งมีเทวีเอเธน่าเป็นเทพอุปถัม�� ์อยู่บนเนินอโครโปลิสอนึ่งชาวยุโรปทั่วไปเขาเชื่อกันมาเป็นเวลานานหลาย ศตวรรษด้วยว่า ในคราวที่บ้านหนึ่งบ้านใดกำลังจะมีเด็ก เจ้าแม่อโฟรไดที่จะให้นกกระสามาบินวนเวียน เหนือบ้านนั้น คตินี้กินความไปถึงว่า ถ้านกกระสาบินวนเหนือบ้านที่กำลังจะมีเด็กเกิด เด็กนั้นจะคลอดออกจากครร�� ์โดยง่ายและอยู่รอดด้วย แต่คตินี้ในที่สุดก็ เป็นเพียงข้อ อ้างที่พ่อแม่จะใช้ตอบลูกตอนโต ๆ เมื่อถูกถามว่าน้องเล็กเกิดมาแต่ไหน หรือตัวเกิดจากอะไรเท่านั้นเทวีอโฟร์ไดที่มีต้นเมอร์เทิลเป็นพฤกษาประจำองค์ สัตว์เลี้ยงของเจ้าแม่เป็นนก บ้างว่าเป็นนกเขา นกกระจอกบ้าง หงส์บ้าง ตามแต่กวีคนไหนจะชอบใจยกให้เป็น สัญลักษณ์ของเทวีแห่งความงามและความรัก
การต่อสู้
ใบไม้หนึ่งใบ กว่าที่จะเติบโตขึ้นมาบนกิ่งไม้ใหญ่
พยายามต่อสู้กับสภาวะแวดล้อม
ลมแรง ....ก็โบกพลิ้วตัวเองให้โยกไหวไหวสนุกสนานไปตามแรงลม
ฝนตก......ก็ปล่อยให้เม็ดฝนซุกซน ผ่านร่างใบไปอย่างเป็นมิตร
แดดกล้า...ก็ต่อสู้ ยืนหยัดอยู่ได้ ตราบที่ยังมีน้ำแห่งความหวังหล่อเลี้ยง
เมื่อ ถึงเวลาที่อายุของใบไม้สิ้นสุด ใบก็ยอมที่จะปลิดขั้วของตัวเอง ร่วงหล่นลงสู้พื้นดิน อย่างยอมรับ และเข้าใจ เพราะใบไม้รู้ว่า เมื่อถึงวันสิ้นสุดของตัวเองแล้ว
จะเป็นการเริ่มต้นให้กับใบไม้ใหม่ ๆ อีกหลาย ๆ ใบ ชีวิตคนเราก็คงเปรียบได้กับใบไม้ในป่าใหญ่ เป็นใบไม้เล็ก ๆ หนึ่งใบ
ที่ต้องเจอกับอุปสรรคในชีวิต สมหวัง ผิดหวัง
มาทักทายในหลายรูปแบบ เราเพียงแค่ นิ่ง ๆ อยู่กับ
(ขั้ว)สติ ของตัวเอง
ลมแรง
ฝน ตก แดดกล้า.... ไม่ต่อต้าน ไม่ดื้อดึง ยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สุดท้าย ความทุกข์ก็ สิ้นสุด เพื่อเปิดโอกาสให้ความสุข เริ่มต้น ..
ใบไม้หนึ่งใบ กว่าที่จะเติบโตขึ้นมาบนกิ่งไม้ใหญ่
พยายามต่อสู้กับสภาวะแวดล้อม
ลมแรง ....ก็โบกพลิ้วตัวเองให้โยกไหวไหวสนุกสนานไปตามแรงลม
ฝนตก......ก็ปล่อยให้เม็ดฝนซุกซน ผ่านร่างใบไปอย่างเป็นมิตร
แดดกล้า...ก็ต่อสู้ ยืนหยัดอยู่ได้ ตราบที่ยังมีน้ำแห่งความหวังหล่อเลี้ยง
เมื่อ ถึงเวลาที่อายุของใบไม้สิ้นสุด ใบก็ยอมที่จะปลิดขั้วของตัวเอง ร่วงหล่นลงสู้พื้นดิน อย่างยอมรับ และเข้าใจ เพราะใบไม้รู้ว่า เมื่อถึงวันสิ้นสุดของตัวเองแล้ว
จะเป็นการเริ่มต้นให้กับใบไม้ใหม่ ๆ อีกหลาย ๆ ใบ ชีวิตคนเราก็คงเปรียบได้กับใบไม้ในป่าใหญ่ เป็นใบไม้เล็ก ๆ หนึ่งใบ
ที่ต้องเจอกับอุปสรรคในชีวิต สมหวัง ผิดหวัง
มาทักทายในหลายรูปแบบ เราเพียงแค่ นิ่ง ๆ อยู่กับ
(ขั้ว)สติ ของตัวเอง
ลมแรง
ฝน ตก แดดกล้า.... ไม่ต่อต้าน ไม่ดื้อดึง ยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สุดท้าย ความทุกข์ก็ สิ้นสุด เพื่อเปิดโอกาสให้ความสุข เริ่มต้น ..
ทำไมจึงชื่อ วาเลนไทน์
..วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น วันวาเลนไทน์ ซึ่งพวกหนุ่มสาวมักจะรีบไปซื้อบัตรส่งทักทายกันส่งใจถึงกัน นับเป็นความนิยมมากขึ้น ประเพณีนี้เข้ามาสู่ประเทศไทยทีละเล็กละน้อย และดูเหมือนจะเป็นที่นิยมมากขึ้นทุกปี เป็นประเพณีที่หนุ่มสาวนิยมกันมากเป็นพิเศษที่สหรัฐอเมริกาและที่ประเทศ อังกฤษทำไมจึงมีชื่อว่า “ วันวาเลนไทน์ ” และความหมายที่แท้จริงของวันนี้คืออะไร? และมาจากไหน?นักบุญ วาเลนไทน์ (Valentine) เป็นสงฆ์คาทอลิกองค์หนึ่งที่ได้ถูกประหารชีวิตในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ คริสตศักราช 270 ในสมัยพระเจ้าจักรพรรดิโรมัน เกลาดิอุส ที่ 2 ( Clanoius) โดยแท้จริงแล้วท่านนักบุญไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเพณีการเลือกคู่ หรือหาคู่ หรือหาแฟน หรือความรัก ความสนใจระหว่างหนุ่มสาว ท่านก็ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องด้วยเลย ถ้าเช่นนั้นแล้ว ทำไมจึงเลือกนักบุญองค์นี้มาเป็นองค์อุปถัมภ์สำหรับผู้ที่กำลังหาคู่ เลือกคู่หรือเลือกแฟนกันได้เล่า ? เหตุผลที่ค้นพบได้ก็คือ ที่มาของวันวาเลนไทน์ ไม่ขึ้นอยู่กับคนผู้นี้ แต่ขึ้นอยู่กับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ประเพณีเลือกคู่ หรือหาคู่นี้มีมาแต่โบร่ำโบราณในทุกชาติ ดูเหมือนกับว่าได้เกิดขึ้นพร้อมกับวิวัฒนาการของมนุษย์ก็ว่าได้ ประเพณี วาเลนไทน์ นี้ก็มีต้นเหตุหรือ ที่มาสมัยที่จักรวรรดิโรมันแผ่อิทธิพลไปทั่ว ชาวโรมันสมัย โบราณมีการฉลองเทพเจ้าองค์หนึ่งชื่อ ลูแปร์คูส (Lupercus) ซึ่งตรงกับวันที่ 15 กุมภาพันธ์ และถือว่าเป็นการฉลองใหญ่ ส่วนหนึ่งของการฉลองใหญ่นี้ก็จะเป็นการจัดงานหาคู่ของพวกหนุ่มสาว ซึ่งจัดขึ้นในวันก่อนวันฉลองใหญ่ 1 วัน คือวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นี้จะถือโอกาสให้พวกหนุ่มสาวเสนอตัวเป็นคนรักกันชั่วระยะเวลา 1 ปี ช่วงนี้จะเรียกว่าเป็นช่วงทดลองมิตรภาพเพื่อดูว่าทั้งคู่จะมีนิสัยใจคอเข้า กันได้หรือไม่ ชาวโรมันเป็นคนศรัทธาในเทพเจ้า และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ก็มีความเชื่อกันว่าพวกตนมีเทพเจ้าองค์หนึ่งซึ่งเขาขอให้เป็นผู้ดูแลความรัก ของเขาในระหว่างช่วงระยะเวลาการทดลองเป็นคู่รักกัน 1 ปี นั้น เทพเจ้าองค์นี้เป็นหญิงชื่อเทพธิดา Juno Februata ซึ่งตาม เทพนิยายของชาวโรมันเป็นมเหสีของ Jupiter องค์มหาเทพเจ้าทั้งหลายครั้นต่อมา เมื่อชาวโรมันส่วนใหญ่กลับใจมาถือศาสนาคริสต์ (ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 4 ) ประเพณีของหนุ่มสาวที่จะหาคู่เพื่อทดลองเป็นคนรักกัน เพื่อจะแต่งงานกันในเวลาต่อไปนั้นก็ยังนิยมทำกันอยู่ แม้ว่าจะเป็นคริสตชนแล้วก็ตาม ฉะนั้นเขาก็ยังรักษาประเพณีการเลือกคู่ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นั้นอยู่ตลอดมา เพียงแต่ว่าหนุ่มสาว โรมันชาวคริสต์ได้หันมาเปลี่ยนตัวผู้อุปถัมภ์องค์ใหม่ เพราะคริสตชนไม่นับถือเทพเจ้าหรือเทพธิดาอย่างกาลก่อน เขาจึงหันมาเลือกหานักบุญในคริสตศาสนาที่มี วันฉลองในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งก็มี นักบุญวาเลนไทน์องค์นี้เอง จึงขอยืมชื่อท่านมาเป็นองค์อุปถัมภ์แทนเทพเจ้าเดิมของชาวโรมัน เรื่องราวความเป็นมามีดังนี้ ฉะนั้นถ้าท่านนักบุญมีชีวิตอยู่ท่านอาจรู้สึกงงงวยในตำแหน่งที่หนุ่มสาวได้ เลือกตั้งและแต่งตั้งให้ท่านเป็นผู้อุปถัมภ์ โดยที่ท่านไม่ได้รู้เรื่องทางโลกของหนุ่มสาวด้วยเลยแม้แต่น้อยความรัก ระหว่างหนุ่มสาวนั้นอาจจะเผชิญกับอันตรายบางอย่าง และอาจจะเป็นโอกาสให้พลังและความรักนั้นทำลายความสัมพันธ์อันสูงส่งระหว่าง หนุ่มสาวนั้นเอง ความหมายของการมี วันวาเลนไทน์ นี้ก็คือการช่วยหนุ่มสาวหาวิธีการเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ด้วยใจบริสุทธิ์ความหมายเห็นได้ชัดในคำว่า “You are my Valentine” ที่มักจะเขียนลงในบัตรส่งใจถึงกันและกัน ประโยคตามความหมายเดิม หมายถึงว่า “ข้าพเจ้าขอเสนอตัวเป็นเพื่อนสนิทของท่านในช่วงเวลา 1 ปี และข้าพเจ้าพร้อมที่จะตกลงแต่งงานกับท่าน ถ้ามิตรภาพของเรานี้เป็นสิ่งที่ยืนยง”ลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มสาวที่ จะช่วยให้ก้าวหน้าในความรักที่แท้จริงนั้น ก็ควรจะประกอบด้วย 3 ข้อด้วยกัน ดังนี้1. ให้รู้จักกันทั้งในด้านดี ในด้านเสีย และข้อผิดพลาดซึ่งต่างก็มีอยู่ และยอมรับซึ่งกันและกันในข้อเหล่านั้น 2. ให้เคารพและเห็นใจกัน โดยเสียสละต่อกันเพื่อให้คนรักของตนได้รับความดี และความสุขใจในทางที่บริสุทธิ์งดงาม3. ให้มีการปรับปรุง และเปลี่ยนนิสัยของตนในส่วนที่บกพร่อง เพื่อจะอยู่กันด้วยความสุขในอนาคตลักษณะทั้งสามดังกล่าวนี้ คงจะเป็นประโยชน์สำหรับหนุ่มสาวไทยไม่เฉพาะ ในวันวาเลนไทน์หรือสำหรับกลุ่มที่นิยมประเพณีต่างประเทศเท่านั้น แต่สำหรับทุกคู่ที่แสวงหาวิธีการเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันอัน จะนำไปสู่ความรักที่มั่นคงและยั่งยืนชั่วชีวิต
..วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น วันวาเลนไทน์ ซึ่งพวกหนุ่มสาวมักจะรีบไปซื้อบัตรส่งทักทายกันส่งใจถึงกัน นับเป็นความนิยมมากขึ้น ประเพณีนี้เข้ามาสู่ประเทศไทยทีละเล็กละน้อย และดูเหมือนจะเป็นที่นิยมมากขึ้นทุกปี เป็นประเพณีที่หนุ่มสาวนิยมกันมากเป็นพิเศษที่สหรัฐอเมริกาและที่ประเทศ อังกฤษทำไมจึงมีชื่อว่า “ วันวาเลนไทน์ ” และความหมายที่แท้จริงของวันนี้คืออะไร? และมาจากไหน?นักบุญ วาเลนไทน์ (Valentine) เป็นสงฆ์คาทอลิกองค์หนึ่งที่ได้ถูกประหารชีวิตในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ คริสตศักราช 270 ในสมัยพระเจ้าจักรพรรดิโรมัน เกลาดิอุส ที่ 2 ( Clanoius) โดยแท้จริงแล้วท่านนักบุญไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเพณีการเลือกคู่ หรือหาคู่ หรือหาแฟน หรือความรัก ความสนใจระหว่างหนุ่มสาว ท่านก็ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องด้วยเลย ถ้าเช่นนั้นแล้ว ทำไมจึงเลือกนักบุญองค์นี้มาเป็นองค์อุปถัมภ์สำหรับผู้ที่กำลังหาคู่ เลือกคู่หรือเลือกแฟนกันได้เล่า ? เหตุผลที่ค้นพบได้ก็คือ ที่มาของวันวาเลนไทน์ ไม่ขึ้นอยู่กับคนผู้นี้ แต่ขึ้นอยู่กับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ประเพณีเลือกคู่ หรือหาคู่นี้มีมาแต่โบร่ำโบราณในทุกชาติ ดูเหมือนกับว่าได้เกิดขึ้นพร้อมกับวิวัฒนาการของมนุษย์ก็ว่าได้ ประเพณี วาเลนไทน์ นี้ก็มีต้นเหตุหรือ ที่มาสมัยที่จักรวรรดิโรมันแผ่อิทธิพลไปทั่ว ชาวโรมันสมัย โบราณมีการฉลองเทพเจ้าองค์หนึ่งชื่อ ลูแปร์คูส (Lupercus) ซึ่งตรงกับวันที่ 15 กุมภาพันธ์ และถือว่าเป็นการฉลองใหญ่ ส่วนหนึ่งของการฉลองใหญ่นี้ก็จะเป็นการจัดงานหาคู่ของพวกหนุ่มสาว ซึ่งจัดขึ้นในวันก่อนวันฉลองใหญ่ 1 วัน คือวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นี้จะถือโอกาสให้พวกหนุ่มสาวเสนอตัวเป็นคนรักกันชั่วระยะเวลา 1 ปี ช่วงนี้จะเรียกว่าเป็นช่วงทดลองมิตรภาพเพื่อดูว่าทั้งคู่จะมีนิสัยใจคอเข้า กันได้หรือไม่ ชาวโรมันเป็นคนศรัทธาในเทพเจ้า และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ก็มีความเชื่อกันว่าพวกตนมีเทพเจ้าองค์หนึ่งซึ่งเขาขอให้เป็นผู้ดูแลความรัก ของเขาในระหว่างช่วงระยะเวลาการทดลองเป็นคู่รักกัน 1 ปี นั้น เทพเจ้าองค์นี้เป็นหญิงชื่อเทพธิดา Juno Februata ซึ่งตาม เทพนิยายของชาวโรมันเป็นมเหสีของ Jupiter องค์มหาเทพเจ้าทั้งหลายครั้นต่อมา เมื่อชาวโรมันส่วนใหญ่กลับใจมาถือศาสนาคริสต์ (ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 4 ) ประเพณีของหนุ่มสาวที่จะหาคู่เพื่อทดลองเป็นคนรักกัน เพื่อจะแต่งงานกันในเวลาต่อไปนั้นก็ยังนิยมทำกันอยู่ แม้ว่าจะเป็นคริสตชนแล้วก็ตาม ฉะนั้นเขาก็ยังรักษาประเพณีการเลือกคู่ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นั้นอยู่ตลอดมา เพียงแต่ว่าหนุ่มสาว โรมันชาวคริสต์ได้หันมาเปลี่ยนตัวผู้อุปถัมภ์องค์ใหม่ เพราะคริสตชนไม่นับถือเทพเจ้าหรือเทพธิดาอย่างกาลก่อน เขาจึงหันมาเลือกหานักบุญในคริสตศาสนาที่มี วันฉลองในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งก็มี นักบุญวาเลนไทน์องค์นี้เอง จึงขอยืมชื่อท่านมาเป็นองค์อุปถัมภ์แทนเทพเจ้าเดิมของชาวโรมัน เรื่องราวความเป็นมามีดังนี้ ฉะนั้นถ้าท่านนักบุญมีชีวิตอยู่ท่านอาจรู้สึกงงงวยในตำแหน่งที่หนุ่มสาวได้ เลือกตั้งและแต่งตั้งให้ท่านเป็นผู้อุปถัมภ์ โดยที่ท่านไม่ได้รู้เรื่องทางโลกของหนุ่มสาวด้วยเลยแม้แต่น้อยความรัก ระหว่างหนุ่มสาวนั้นอาจจะเผชิญกับอันตรายบางอย่าง และอาจจะเป็นโอกาสให้พลังและความรักนั้นทำลายความสัมพันธ์อันสูงส่งระหว่าง หนุ่มสาวนั้นเอง ความหมายของการมี วันวาเลนไทน์ นี้ก็คือการช่วยหนุ่มสาวหาวิธีการเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ด้วยใจบริสุทธิ์ความหมายเห็นได้ชัดในคำว่า “You are my Valentine” ที่มักจะเขียนลงในบัตรส่งใจถึงกันและกัน ประโยคตามความหมายเดิม หมายถึงว่า “ข้าพเจ้าขอเสนอตัวเป็นเพื่อนสนิทของท่านในช่วงเวลา 1 ปี และข้าพเจ้าพร้อมที่จะตกลงแต่งงานกับท่าน ถ้ามิตรภาพของเรานี้เป็นสิ่งที่ยืนยง”ลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มสาวที่ จะช่วยให้ก้าวหน้าในความรักที่แท้จริงนั้น ก็ควรจะประกอบด้วย 3 ข้อด้วยกัน ดังนี้1. ให้รู้จักกันทั้งในด้านดี ในด้านเสีย และข้อผิดพลาดซึ่งต่างก็มีอยู่ และยอมรับซึ่งกันและกันในข้อเหล่านั้น 2. ให้เคารพและเห็นใจกัน โดยเสียสละต่อกันเพื่อให้คนรักของตนได้รับความดี และความสุขใจในทางที่บริสุทธิ์งดงาม3. ให้มีการปรับปรุง และเปลี่ยนนิสัยของตนในส่วนที่บกพร่อง เพื่อจะอยู่กันด้วยความสุขในอนาคตลักษณะทั้งสามดังกล่าวนี้ คงจะเป็นประโยชน์สำหรับหนุ่มสาวไทยไม่เฉพาะ ในวันวาเลนไทน์หรือสำหรับกลุ่มที่นิยมประเพณีต่างประเทศเท่านั้น แต่สำหรับทุกคู่ที่แสวงหาวิธีการเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันอัน จะนำไปสู่ความรักที่มั่นคงและยั่งยืนชั่วชีวิต
ประวัติวันวาเลนไทน์
วันวาเลนไทน์
นั้นมีมาตั้งแต่ สมัยจักรวรรดิโรมัน ในกรุงโรมสมัยก่อนนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันเฉลิมฉลองของจูโน่ ซึ่งเป็นราชินีแห่งเหล่าเทพและเทพธิดาของโรมัน ชาวโรมันรู้จักเธอในนามของเทพธิดาแห่ง อิสตรีและการแต่งงาน และในวันถัดมาคือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ก็จะเป็นวันเริ่มต้นงานเลี้ยงของ Lupercalia การดำเนินชีวิตของเด็กหนุ่มและเด็กสาวในสมัยนั้นจะถูกแยกจากกันอย่างเด็ดขาด แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีประเพณี อย่างนึง ซึ่งเด็กหนุ่มสาวยัง สืบทอดต่อกันมา คือ คืนก่อนวันเฉลิมฉลอง Lupercalia นั้นชื่อของเด็กสาวทุกคนจะถูกเขียนลงในเศษกระดาษเล็ก ๆ และจะใส่เอาไว้ในเหยือก เด็กหนุ่มแต่ละคนจะดึงชื่อของเด็กสาวออกจากเหยือก แล้วหลังจากนั้นก็จะจับคู่กันในงานเฉลิมฉลอง บางครั้งการจับคู่นี้ ท้ายที่สุดก็จะจบลงด้วยการ ที่เด็กหนุ่มและเด็กสาวทั้งสองนั้นได้ตกหลุมรักกันและแต่งงานกันในที่สุดภาย ใต้การปกครองของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง (Claudius II) นั้น กรุงโรมได้เกิดสงครามหลายครั้ง และคลอดิอุสเองก็ประสบกับปัญหาในการที่จะหาทหารจำนวนมากมายมหาศาลมาเข้าร่วม ในศึกสงคราม และเขาเชื่อว่าเหตุผลสำคัญก็คือ ผู้ชายโรมันหลายคนไม่ต้องการจากครอบครัวและคนอันเป็นที่รักไป และด้วยเหตุผลนี้เอง ทำให้จักรพรรดิคลอดิอุสประกาศให้ยกเลิกงานแต่งงานและงานหมั้นทั้งหมดในกรุง โรม ถึงกระนั้นก็ตาม ยังมีนักบุญผู้ใจดีคนหนึ่งซึ่งชื่อว่า ท่านนักบุญ " วาเลนไทน์ " ท่านเป็นพระที่กรุงโรมในสมัยของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สองท่าน นักบุญ วาเลนไทน์ และนักบุญ มาริอุส ได้จัดตั้งกลุ่มองค์กรเล็กๆ เพื่อช่วยเหลือชาวคริสเตียนที่ตกทุกข์ได้ยากเหล่านี้ และได้จัดให้มีการแต่งงานของคู่รักอย่างลับๆด้วย และจากการกระทำเหล่านี้เอง ทำให้ นักบุญ วาเลนไทน์ ถูกจับและถูกตัดสินประหารโดยการตัดศรีษะ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ประมาณปีคริสต์ศักราชที่ 270 ซึ่งถือเป็นวันที่ท่านได้ทนทุกข์ทรมานและเสียสละเพื่อเพื่อนมนุษย์
วันวาเลนไทน์
นั้นมีมาตั้งแต่ สมัยจักรวรรดิโรมัน ในกรุงโรมสมัยก่อนนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันเฉลิมฉลองของจูโน่ ซึ่งเป็นราชินีแห่งเหล่าเทพและเทพธิดาของโรมัน ชาวโรมันรู้จักเธอในนามของเทพธิดาแห่ง อิสตรีและการแต่งงาน และในวันถัดมาคือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ก็จะเป็นวันเริ่มต้นงานเลี้ยงของ Lupercalia การดำเนินชีวิตของเด็กหนุ่มและเด็กสาวในสมัยนั้นจะถูกแยกจากกันอย่างเด็ดขาด แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีประเพณี อย่างนึง ซึ่งเด็กหนุ่มสาวยัง สืบทอดต่อกันมา คือ คืนก่อนวันเฉลิมฉลอง Lupercalia นั้นชื่อของเด็กสาวทุกคนจะถูกเขียนลงในเศษกระดาษเล็ก ๆ และจะใส่เอาไว้ในเหยือก เด็กหนุ่มแต่ละคนจะดึงชื่อของเด็กสาวออกจากเหยือก แล้วหลังจากนั้นก็จะจับคู่กันในงานเฉลิมฉลอง บางครั้งการจับคู่นี้ ท้ายที่สุดก็จะจบลงด้วยการ ที่เด็กหนุ่มและเด็กสาวทั้งสองนั้นได้ตกหลุมรักกันและแต่งงานกันในที่สุดภาย ใต้การปกครองของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง (Claudius II) นั้น กรุงโรมได้เกิดสงครามหลายครั้ง และคลอดิอุสเองก็ประสบกับปัญหาในการที่จะหาทหารจำนวนมากมายมหาศาลมาเข้าร่วม ในศึกสงคราม และเขาเชื่อว่าเหตุผลสำคัญก็คือ ผู้ชายโรมันหลายคนไม่ต้องการจากครอบครัวและคนอันเป็นที่รักไป และด้วยเหตุผลนี้เอง ทำให้จักรพรรดิคลอดิอุสประกาศให้ยกเลิกงานแต่งงานและงานหมั้นทั้งหมดในกรุง โรม ถึงกระนั้นก็ตาม ยังมีนักบุญผู้ใจดีคนหนึ่งซึ่งชื่อว่า ท่านนักบุญ " วาเลนไทน์ " ท่านเป็นพระที่กรุงโรมในสมัยของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สองท่าน นักบุญ วาเลนไทน์ และนักบุญ มาริอุส ได้จัดตั้งกลุ่มองค์กรเล็กๆ เพื่อช่วยเหลือชาวคริสเตียนที่ตกทุกข์ได้ยากเหล่านี้ และได้จัดให้มีการแต่งงานของคู่รักอย่างลับๆด้วย และจากการกระทำเหล่านี้เอง ทำให้ นักบุญ วาเลนไทน์ ถูกจับและถูกตัดสินประหารโดยการตัดศรีษะ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ประมาณปีคริสต์ศักราชที่ 270 ซึ่งถือเป็นวันที่ท่านได้ทนทุกข์ทรมานและเสียสละเพื่อเพื่อนมนุษย์
.. คิวปิด ..คนทั่วไปรู้จัก คิวปิด ในภาพของเด็กน่ารักที่มีปีก มือถือคันธนูกับลูกศรและมีชื่อเสียงในเรื่องการยิงศรรักปักหัวใจของใครต่อ ใคร ศรรักของ คิวปิด หมายถึงความปรารถนาและอารมณ์แห่งความรัก คิวปิด จะเล็งลูกศรไปที่พระเจ้าและมนุษย์เพื่อทำให้พระเจ้ากับมนุษย์รักกันคิวปิด มักจะมีบทบาทในการเฉลิมฉลองความรัก ในกรีกโบราณ คิวปิด เป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า เอโรส ลูกชาย แอฟโพไดท์ เทพธิดาแห่งความรักและความสวยงามแต่สำหรับพวกโรมัน เขาคือ คิวปิด และแม่ของเขาคือ วีนัส มีเรื่องน่าสนใจพอสมควรเกี่ยวกับ คิวปิด และ ไซคี เจ้าสาวของเขาในเทพนิยายโรมัน ผมขอแนะนำผู้อ่านให้รู้จักคู่รักของ คิวปิด สักนิดนะครับว่าเธอเป็นเทพธิดารูปงามในนิยายกรีกโบราณมีปีกเป็นผีเสื้อ และเพราะความงามนี้เองที่ทำให้ วีนัส อิจฉา นางจึงได้สั่ง คิวปิด ให้ลงโทษว่าที่ลูกสะใภ้เสีย แต่ คิวปิด ตกหลุมรักเธอเกินกว่าที่จะทำตามความต้องการของแม่ ดังนั้น แทนที่จะลงโทษเธอ คิวปิด กลับเอาเธอเป็นภรรยาเสียเลย แต่เนื่องจาก ไซคี มิได้เป็นอมตะ เธอจึงถูกห้ามมิให้มองเขา (ตรงนี้ผมไม่ทร าบเหมือนกันนะครับว่าเป็นไปได้อย่างไรที่ได้เธอเป็นภรรยาแล้วภรรยามองไม่ได้ แต่อย่าไปคิดอะไรมากนะครับ เพราะเทพนิยายฝรั่งก็ไม่แตกต่างอะไรไปจากละครน้ำเน่าบ้านเรา) หลังจากตกเป็นภรรยาของ คิวปิด แล้ว ไซคี ก็มีความสุขเรื่อยมา (ก็แหงละ) จนกระทั่งพี่สาวของเธอได้รบเร้าให้เธอมอง คิวปิด ทันทีที่เธอมอง คิวปิด คิวปิด ก็ลงโทษเธอด้วยการทิ้งเธอไปทันที พร้อมกันนั้นปราสาทและสวนอันสวยงามของเธอก็ต้องมลายหายไปด้วย หลังจากนั้นไซคี ก็พบว่าตัวเองอยู่ตามลำพังในทุ่งโล่งแห่งหนึ่งซึ่งไม่มีร่องรอยของสิ่งมี ชีวิตอื่นๆหรือ คิวปิด ปรากฏให้เห็นเลย ในขณะที่เธอออกเดินทางค้นหาคนรักของเธอนั้น เธอก็มาถึงวิหารของ วีนัส โดยบังเอิญ เมื่อ วีนัส เทพธิดาแห่งความรักพบว่า ไซคี ยังมีชีวิตอยู่ เธอก็ปราถนาที่จะ ทำลาย ไซคี ด้วยการให้งานที่หนักและอันตรายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ งานสุดท้ายที่ ไซคี ได้รับมิใช่งานขับเครื่องบินชนตึกเวิร์ลเทรดครับ หากแต่เธอได้รับกล่องใบหนึ่งมาและได้ถูกสั่งให้ลงไปยังใต้โลกเพื่อเอา ความงามของ โพรเซอร์พีน ภรรยาของ พลูโต ใส่กล่องใบนี้มา ในระหว่างที่เธอเดินทางอยู่นั้น เธอก็ได้รับคำแนะนำให้รู้จักการหลีกเลี่ยงอันตรายจากอาณาจักรแห่งความตาย นอกจากนั้นแล้ว เธอยังได้ถูกเตือนมิให้เปิดกล่องใบนั้นอีกด้วย แต่เพราะทนไม่ไหวหรือเพราะความอยากรู้อยากเห็นหรืออะไรก็ไม่ทราบ เธอได้เปิดกล่องใบนั้น แต่แทนที่จะพบกับความงาม เธอกลับต้องหลับเป็นตาย ต่อมา คิวปิด ได้มาพบร่างอันไร้ชีวิตของเธอบนพื้นดิน เขาจึงได้นำเอาอาการหลับเป็นตายออกจากร่างของเธอและนำมันไปเก็บไว้ในกล่อง หลังจากนั้น คิวปิด ก็ได้ให้อภัยเธอเช่นเดียวกับ วีนัส เมื่อเทพเจ้าทั้งหลายเห็นความรักที่เธอมีต่อ คิวปิด จึงได้ตั้งให้เธอเป็นเทพธิดาองค์หนึ่งปัจจุบันนี้รูป คิวปิด แผลงศรเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักที่ผู้คนมักนิยมใช้กัน และเมื่อศรรักของ คิวปิด พุ่งโดนหัวใจหนุ่มสาวคนใดในวันวาเลนไทน์ หนุ่มสาวคนนั้นก็จะออกอาการ "สติวปิ้ด" จากศรรักของ คิวปิด ขึ้นมาทันที อาการนี้จะเห็นได้จากการส่งดอกกุหลาบสีแดง ส่งช็อคโกแล็ต การส่งบัตรอวยพรและอื่นๆ อีกครับ หมายเหตุท้ายบท : "สติวปิ้ด" เป็นภาษาอังกฤษแปลว่า "โง่" ครับ เหมือนคำบางคำที่เราอาจเคยได้ยินว่า "ความรักบางครั้งก็ทำให้คนตาบอด และ มองไม่เห็นข้อบกพร่องของคนที่เรารัก"
คำว่าแม่
แม่ที่อายุน้อยที่สุดในโลก!!
แม่ที่อายุน้อยที่สุดในโลก!!แม่ที่อายุน้อยที่สุดในโลกที่มีการบันทึกไว้ โดยมีเอกสารอ้างอิงคือ ลินดา มีไดน่า ( Lina Medina ) เธอเป็นคนเมือง Paurange ประเทศเปรู (Peru) ในขณะที่เธอให้กำเนิดลูกเธอมีอายุเพียง 5 ขวบกับ อีก 7 เดือน 21 วัน พ่อแม่ของลินดา พาเธอมาส่งที่โรงพยาบาลเนื่องจากเธอท้องโตมาก ในช่วงแรกทุกคนคิดว่าเธอเป็นเนื้องอกในช่องท้อง แต่หมอกับตรวจพบว่าเธอตั้งท้อง 7 เดือน เพื่อความแน่ใจ Dr.Gerardo Lozada จึงส่งเธอเข้าตรวจกับผู้วชาญ ที่กรุงลิม่า ประเทศเปรู เพื่อตรวจสอบยืนยันอีกครั้งหนึ่งเวลาผ่านไปอีกเดือนครึ่งเธอได้ให้กำเนิด บุตรชายเมื่อวันที่ 14 พฤศษาคม 1939 โดยมีน้ำหนักแรกเกิด 2.7 กิโลกรัม โดยเธอได้ตั้งชื่อลูกชายของเธอว่า Gerardo เหมือนหมอที่ดูแลเธอ และลูก Gerardo ถูกเลี้ยงดูร่วมกับ ลินดาในฐานะพี่ชายน้องชาย จน Gerardo มีอายุ 10 ขวบความจริงจึงเปิดเผย และผู้ต้องสงสัยที่ทำการข่มขืนลินดาก็คือ พ่อของเธอ แต่เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ พ่อของลิดาจึงได้รับการปล่อยตัวในที่สุด Gerardo เป็นเด็กที่มีสุขภาพแข็งแรงตั้งแต่เกิดแต่กับเสียชีิวิต เมื่ออายุเพียง 40 ปีเนื่องจากโรคเกี่ยวกับไขกระดูก ( Bone marrow ) ส่วนลินดาเสียชีวิต เมื่อมีอายุได้ 75 ปี
แม่ที่อายุน้อยที่สุดในโลก!!แม่ที่อายุน้อยที่สุดในโลกที่มีการบันทึกไว้ โดยมีเอกสารอ้างอิงคือ ลินดา มีไดน่า ( Lina Medina ) เธอเป็นคนเมือง Paurange ประเทศเปรู (Peru) ในขณะที่เธอให้กำเนิดลูกเธอมีอายุเพียง 5 ขวบกับ อีก 7 เดือน 21 วัน พ่อแม่ของลินดา พาเธอมาส่งที่โรงพยาบาลเนื่องจากเธอท้องโตมาก ในช่วงแรกทุกคนคิดว่าเธอเป็นเนื้องอกในช่องท้อง แต่หมอกับตรวจพบว่าเธอตั้งท้อง 7 เดือน เพื่อความแน่ใจ Dr.Gerardo Lozada จึงส่งเธอเข้าตรวจกับผู้วชาญ ที่กรุงลิม่า ประเทศเปรู เพื่อตรวจสอบยืนยันอีกครั้งหนึ่งเวลาผ่านไปอีกเดือนครึ่งเธอได้ให้กำเนิด บุตรชายเมื่อวันที่ 14 พฤศษาคม 1939 โดยมีน้ำหนักแรกเกิด 2.7 กิโลกรัม โดยเธอได้ตั้งชื่อลูกชายของเธอว่า Gerardo เหมือนหมอที่ดูแลเธอ และลูก Gerardo ถูกเลี้ยงดูร่วมกับ ลินดาในฐานะพี่ชายน้องชาย จน Gerardo มีอายุ 10 ขวบความจริงจึงเปิดเผย และผู้ต้องสงสัยที่ทำการข่มขืนลินดาก็คือ พ่อของเธอ แต่เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ พ่อของลิดาจึงได้รับการปล่อยตัวในที่สุด Gerardo เป็นเด็กที่มีสุขภาพแข็งแรงตั้งแต่เกิดแต่กับเสียชีิวิต เมื่ออายุเพียง 40 ปีเนื่องจากโรคเกี่ยวกับไขกระดูก ( Bone marrow ) ส่วนลินดาเสียชีวิต เมื่อมีอายุได้ 75 ปี
การทำงานของคอม
การทำงานของคอม
1. Personal computer หรือ PC ประกอบด้วยอะไร พร้อมยกตัวอย่าง
ตอบ 1. รับข้อมูล( Input Device ) เช่น เม้าส์ คีย์บอร์ด ฯลฯ
2. เก็บข้อมูล(Storage Device ) เช่น ฮาร์ดดิสก์ ซีดีรอม ฯลฯ
3. ประมวลผล( Processing Device ) เช่น ADM, Cyrix
4. แสดงผลลัพธ์(Output Device) เช่น แสดงบนจอภาพ
2. CPU (central processing) มีความสำคัญอย่างไร
ตอบ เป็นศูนย์กลางการทำงานของ CP ตัว CPU ถือว่าเป็น microprocessor ที่มีความสามารถใน การจัดการคำสั่งและการประมวลผลที่มีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก
3. เมื่อเรียกใช้งานโปรแกรมระบบปฎิบัติการจะเรียกข้อมูลจากไหน
ตอบ เมื่อเรียกใช้งานโปรแกรมระบบปฎิบัติการจะเรียกข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์มาเตรียมที่ RAM
4. จงยกตัวอย่างอุปกรณืของการรับข้อมูลเข้า( Input Device)มา 3 อย่าง
ตอบ 1. จอยสติ๊ก2. โมเด็ม3. คีย์บอร์ด
1. Personal computer หรือ PC ประกอบด้วยอะไร พร้อมยกตัวอย่าง
ตอบ 1. รับข้อมูล( Input Device ) เช่น เม้าส์ คีย์บอร์ด ฯลฯ
2. เก็บข้อมูล(Storage Device ) เช่น ฮาร์ดดิสก์ ซีดีรอม ฯลฯ
3. ประมวลผล( Processing Device ) เช่น ADM, Cyrix
4. แสดงผลลัพธ์(Output Device) เช่น แสดงบนจอภาพ
2. CPU (central processing) มีความสำคัญอย่างไร
ตอบ เป็นศูนย์กลางการทำงานของ CP ตัว CPU ถือว่าเป็น microprocessor ที่มีความสามารถใน การจัดการคำสั่งและการประมวลผลที่มีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก
3. เมื่อเรียกใช้งานโปรแกรมระบบปฎิบัติการจะเรียกข้อมูลจากไหน
ตอบ เมื่อเรียกใช้งานโปรแกรมระบบปฎิบัติการจะเรียกข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์มาเตรียมที่ RAM
4. จงยกตัวอย่างอุปกรณืของการรับข้อมูลเข้า( Input Device)มา 3 อย่าง
ตอบ 1. จอยสติ๊ก2. โมเด็ม3. คีย์บอร์ด
แนะนำตัว
แนะนำตัวเอง
ชื่อ นางสาว มลนิตรา บุญใส
ชื่อเล่น ฝน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 เลขที่ 18
โรงเรียนอาเวมารีอา
ผู้แนะนำ นาย วีระชน ไพสาทย์
ความรู้สึก ดีใจ
ชื่อ นางสาว มลนิตรา บุญใส
ชื่อเล่น ฝน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 เลขที่ 18
โรงเรียนอาเวมารีอา
ผู้แนะนำ นาย วีระชน ไพสาทย์
ความรู้สึก ดีใจ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)




